เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา สหรัฐฯประกาศความสำเร็จในการบินผ่านดาวเคราะห์น้อย “อัลติมา ทูลี” ที่อยู่ไกลถึงแถบไคเปอร์นอกวงโคจรดาวเนปจูน ไกลจนแสงต้องเดินทางนานถึง 6 ชั่วโมง 8 นาที แต่ทำไมคู่แข็งอย่างจีน จึงเลือกจะไปสำรวจ “ด้านไกลของดวงจันทร์” ที่ห่างออกไปเพียง 2 วินาทีแสง

แน่นอนว่าจีนต้องมองเห็นอะไรที่คุ้มค่าจากการสำรวจอวกาศครั้งนี้ นอกจากชื่อเสียงเรื่องที่เป็นประเทศแรกที่ลงสัมผัสพื้นผิวที่ลึกลับที่สุดบนดวงจันทร์ที่ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อนเป็นชาติแรก ก็น่าจะเป็นเหตุผลของการวางรากฐานขอการตั้งสถานีวิจัยแบบถาวรบนดวงจันทร์ในอนาคตทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากดวงจันทร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

มีการสำรวจ 2 หัวข้อที่สนับสนุนเรื่องนี้ นั้่นคือ การทดสอบหาปริมาณรังสีคอสมิคจากอวกาศ และการวัดคลื่นรบกวนทางวิทยุ

โลกเรามีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นและสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่ง ช่วยปกป้องพวกเราจากรังสีคอสมิค แต่ดวงจันทร์ไม่มีเกราะป้องกันตามธรรมชาติ การส่งมนุษย์ไปปฏิบัติภาระกิจในระยะเวลานานๆในอนาคต แม้กระทั่งการขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ จะทำให้ร่างกายของพวกเขาเสี่ยงต่ออนุภาคความเร็วสูงที่แสนอันตราย การทดสอบหาปริมาณรังสีคอสมิคจากอวกาศจะเป็นการยืนยันว่าจีนจะต้องเตรียมรับมือกับอะไรบ้างที่ระดับไหน โดยเฉพาะฝั่งไกลของดวงจันทร์ที่หันออกจากโลกไม่เหมือนสมัยอพอลโลที่สำรวจด้านที่หันหาโลกซึ่งมีอนุภาคคอสมิคจากอวกาศอันไกลโพ้นมาปะทะน้อยกว่า

นักดาราศาสตร์ทั่วโลกได้พยายามตั้งกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่เพื่อรับสัญญาณต่างๆเพื่อสำรวจอวกาศห้วงลึก แต่จะมีช่วงความถี่หนึ่ง คือประมาณ 10MHz จะถูกรบกวนจากคลื่นวิทยุที่มนุษย์สร้างขึ้น และปัจจัยทางธรรมชาติอีกหลายอย่าง ทำให้สำหรับบนผิวโลกไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถทำการสังเกตการณ์สัญญาณวิทยุในความถี่นี้ได้ ทำให้เหมือนกับว่าอวกาศที่มองเห็นและได้ยินยังขาดข้อมูลสำคัญไปส่วนหนึ่ง ยานแลนเดอร์ (lander) ฉางเอ๋อ-4 ได้นำอุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องมือวัดสเปรคตัมความถี่ต่ำ (Low Frequency Spectrometer–LFS) ไปด้วย ซึ่งสามารถเฝ้าสังเกตคลื่นวิทยุความถี่ต่ำได้ทุกย่าน รวมทั้งย่าน  10MHz นี้ด้วย โดยจะใช้งานควบคู่กับการทดลองที่คล้ายคลึงกันของดาวเทียมเชว่เฉียว (Queqiao) ที่กำลังโคจรอยู่ ว่ามีสัญญาณรบกวนจากโลกมาถึงหรือไม่ หากปลอดโปร่ง ก็เป็นไปได้ว่าจะมีการตั้งกล้องโทรทรรศน์วิทยุบนดวงจันทร์ด้านไกลนี้ เพื่ออุดช่องว่างทางดาราศาสตร์ที่เกิดมายาวนาน

นี่คือสิ่งที่จีนจะได้จากการสำรวจดวงจันทร์ครั้งนี้ ที่แม้ไม่ได้ไปไกลจากโลกเท่าสหรัฐฯ แต่ก็ดูเหมือนจะน่าสนใจไม่แพ้กัน

(ภาพประกอบคือยานโรเวอร์กระต่ายหยก หรือ “ยู่ถู่” แยกตัวออกจากยานแลนเดอร์ เพื่อวิ่งออกไปปฏบัติภารกิจในการถ่ายภาพมุมกว้างและใช้เครื่องมือวัดเชิงแสงช่วงอินฟาเรด (Visible and Near-Infrared Imaging Spectrometer–VNIS) เพื่อศึกษาสภาพของแร่ธาตุที่พื้นผิวดวงจันทร์)

เรียบเรียงโดย @MrVop