WMO ประกาศค่าอุณหภูมิสูงสุดที่ขั้วโลกใต้เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO (World Meteorological Organization) ประกาศตัวเลขอุณภูมิสูงสุดของขั้วโลกใต้ในงานประชุมที่กรุงเจนีวาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา ตามนี้

WMO มีหน้าที่เก็บตัวเลข “สุดขั้ว” ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศโลกเช่น ลมแรงสุดในโลกคือเท่าใด เกิดที่ไหนเมือไร คลื่นทะเลสูงสุดกี่เมตร เกิดที่ไหนเมื่อไร ฝน หิมะ อุณหภูมิสูงสุด ต่ำสุด เป็นต้น

ล่าสุดเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ทางหน่วยงานนี้ได้ประกาศตัวเลข 3 ชุดที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิสูงสุดของขั้วโลกใต้ โดยมีตัวเลขเดิม 2 ชุดใน 2 จุดและตัวเลขใหม่ 1 ชุด

ตัวเลขทั้ง 3 ได้แก่

  • อุณหภูมิสูงสุดของขั้วโลกใต้ในบริเวณ “Antarctica Region” (นับจากเส้น 60°S ลงไป) วัดได้ 19.8°C  ณ ที่สถานีวิจัย  Signy เมื่อวันที่ 30 มกราคม 1982
  • อุณหภูมิสูงสุดของขั้วโลกใต้ในบริเวณแผ่นทวีป  วัดได้ 17.5°C ณ ที่สถานีวิจัย Argentine บนคาบสมุทรเอสเพอแรนซา ทางตอนเหนือของตัวทวีป เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2015
  • อุณหภูมิสูงสุดของขั้วโลกใต้ที่ความสูงมากกว่า 2500 เมตรจากระดับน้ำทะเล (ยิ่งสูงยิ่งหนาว) วัดได้ -7.0°C ณ เครื่องวัดของสถานีอากาศอัตโนมัติ (AWS) ไซท์  D-80 แถวชายฝั่ง Adélie เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1989

ทำไมตัวเลขพวกนี้ถึงสำคัญ

ขั้วโลกใต้ไม่เหมือนขั้วโลกเหนือ ตรงที่มันเป็นน้ำแข็งบนพื้นทวีป ไม่ใช่น้ำแข็งที่ลอยในทะเล (น้ำแข็งในแก้วน้ำหากละลายหมดน้ำในแก้วจะไม่สูงขึ้น ไม่เหมือนน้ำแข็งจากนอกแก้วเมื่อละลยจะเติมปริมาณใหม่ลงไปจนแก้วล้นได้)

ขั้วโลกใต้มีพื้นที่ 14 ล้าน กม2 (สองเท่าของขนาดทวีปออสเตรเลีย) สะสมน้ำแข็งหนา 4.8กม. นับเป็นปริมาณน้ำจืดราว  90% ของน้ำจืดทั้งหมดในโลก ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ขั้วโลกใต้เป็นบริเวณที่มีอุหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดยิ่งกว่าทวีปอื่น ธารน้ำแข็งหลายแห่งในแถบนี้ยิ่งนับวันยิ่งละลายเร็วโดยเฉพาะช่วง 12 ปีหลังสุด

หากน้ำแข็งบนแผ่นทวีปของขั้วโลกใต้ละลายหมด น้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นได้ถึง 60 เมตร (ถ้านับตึกชั้นละ 3 เมตรก็ประมาณตึก 20 ชั้น)

สังเกตที่อุณหภูมิที่แผ่นทวีป (ตัวเลขชุดที่ 2 ) มันเพิ่งวัดได้เมื่อปลายปี 2015 หรือ 2 ปีที่แล้ว และมันก็สูงถึง 17.5°C คืออุณหภูมิประมาณแถวๆภาคเหนือของไทยช่วงหน้าหนาว แต่พื้นที่ตรงแหลมเอสเพอเรนซาไม่ควรจะร้อนขนาดนี้  และมันก็เกิดขึ้นแล้ว

ปัญหาโลกร้อนพูดกันอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนภาคปฏิบัติจะไม่ค่อยคืบหน้าไปไหน

อ้างอิง https://public.wmo.int/en/media/press-release/wmo-verifies-highest-temperatures-antarctic-region
เรียบเรียงโดย @MrVop