แค่เกิดเป็นชายก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงแล้ว นี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับอัตราการตายของผู้ชายและผู้หญิงในการระบาดของโรคโวิด-19

นักวิทยาศาสตร์เริ่มสังเกตเห็นอัตราการป่วยจากโรคโควิด-19 ไปจนถึงการเสียชีวิตที่ดูแตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิงมาตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดในเมืองอู่ฮั่นของจีน นั่นคือหลังคำสั่งปิดเมืองผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ในวันที่ 30 มกราคม ทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยโรงเรียน Shanghai Jiaotong ได้ตีพิมพ์รายงานวิจัยเกี่ยวกับสัดส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล Jinyintan Wuhan ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 20 มกราคม พวกเขาพบว่าในหมู่คนเหล่านั้นมีจำนวนผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเกินสองเท่า และเมื่อมาพิจารณาอัตราการเสียชีวิต พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาล 21 แห่งในเมืองอู่ฮั่น ในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึง 30 มกราคมนั้น ร้อยละ 75 ของผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเพศชาย

จากนั้นเมื่อเชื้อเริ่มระบาดเป็นวงกว้างไปทั่วโลก อัตราส่วนของการป่วยและเสียบีวิตของเพศชายที่มากกว่าเพศหญิงในทุกพื้นที่ก็ยิ่งเป็นที่สนใจในการเข้าไปศึกษาหาที่มาของเหตุผล ตัวเลขล่าสุดในรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา จากจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 6,200 คน ก็พบอัตราส่วนการเสียชีวิตของเพศชายที่ร้อยละ 60

สมมุติฐานแรกสำหรับความแตกต่างทางเพศคือการสูบบุหรี่ ในประเทศจีนผู้ชายมากกว่าครึ่งสูบบุหรี่ แต่มีผู้หญิงเพียงร้อยละ 5% เท่านั้นที่นิยมเป็นสิงห์อมควัน ตัวควันบุหรี่นั้นจะทำให้เซลล์ปอดผลิตโปรตีนที่เรียกว่า ACE2 เพิ่มมากขึ้นที่ส่วนของเปลือกเซลล์ ซึ่งไวรัส SARS-CoV-2 จะใช้หนามของมันในการเกาะกับโปรตีนนี้ในการเจาะเข้าไปในเซลล์ ดังนั้นเมื่อมีการผลิตโปรตีน ACE2 มากขึ้น โอกาสที่ไวรัสจะเข้าไปในเซลล์ก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

อย่างไรก็ตามจาก  การวิเคราะห์โดย Hua Linda Cai จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส พบว่าสมมติฐานเรื่องการสูบบุหรี่นี้ ไม่สอดคล้องกันกับข้อมูลที่เก็บได้จริงในกลุ่มผู้ป่วยของประเทศจีน ข้อเท็จจริงคือมีผู้ป่วยหนักประมาณร้อยละ 12.5 ในจีนเท่านั้นที่ติดบุหรี่ ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่ในประชากรทั่วไป

สมมุติฐานที่สองคือ เพศหญิงอาจมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งกว่าเพศชาย เมื่อพิจารณาจากการที่เพศหญิงมีโครโมโซม X ถึง 2 ตัวในขณะที่เพศชายมีโครโมโซม X กับโครโมโซม Y อย่างละ 1ตัว เรื่องนี้ Philip Goulder จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
อธิบายว่า  “ ยีนภูมิคุ้มกันที่สำคัญจำนวนหนึ่งจะเฉพาะในโครโมโซม X เท่านั้น เช่นยีนโปรตีนที่เรียกว่า TLR7 ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับ RNA ของไวรัสโคโรนา นั่นหมายความว่าเพศหญิงจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่จัดการกับไวรัสได้ดีกว่าเพศชาย”

สมมุติฐานต่อมาคือเรื่องของฮอร์โมน ที่ มีหลักฐาน บางประการบ่งบอกว่า ฮอร์โมนเพศหญิงเช่นเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนนั้นจะช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการวิจัยให้ชัดเจนโดยเฉพาะในกรณีของโควิด -19

สมมุติฐานสุดท้ายคือสุขอนามัย ซึ่ง Kunihiro Matsushita จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเพศชายมักละเลยข้อปฏิบัติทางสุขภาพเช่นการล้างมือ มากกว่าเพศหญิง นั่นทำให้จำนวนผู้ป่วยเพศชายมีมากกว่าเพศหญิงในทุกประเทศ นอกจากนี้ จากการศึกษาความแตกต่างทางเพศในประเทศจีน พบว่าผู้ชายที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะเป็นพาหะของไวรัสอื่น ๆ เช่นไข้หวัดและแบคทีเรียมากกว่าเพศหญิงด้วย

สรุปว่าสำหรับโควิด-19 นั้น แค่เกิดเป็นชายก็เป็นปัจจัยเสี่ยงติดตัวมาอยู่แล้ว

ที่มา https://www.newscientist.com/article/2240898-why-are-men-more-likely-to-get-worse-symptoms-and-die-from-covid-19/#ixzz6K8CZjS7w

เรียบเรียงโดย @MrVop

** เพิ่มเติม 30 เมษายน 63 แพทย์เตรียมทดลองใช้ฮอร์โมนเพศหญิง รักษาคนไข้ชายติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ https://www.bbc.com/thai/features-52455603