ดาวที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ ดาวที่มีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 462°C เรียกว่าร้อนจนตะกั่วละลาย อากาศเป็นพิษรุนแรงเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ แถมความกดอากาศยังมากกว่าโลกเราถึง 93 เท่า  ก่อแรงบีบอัดเหมือนเราจมน้ำที่ความลึก 900 เมตร สภาพไม่ต่างจากตกลงไปใน “นรก” เท่าใดนั้น มันคือ “ดาวศุกร์” ดาวฝาแฝดของโลกเรานั่นเอง

แต่ล่าสุดมีผลการศึกษาจากทีมนักดาราศาสตร์ขององค์การนาซานำโดย ดร. ไมเคิล เวย์  ที่ได้เสนอแนวคิดใหม่ระหว่างการประชุมร่วมสภาวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์แห่งยุโรป (EPSC-DPS Joint Meeting 2019) ณ นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 20 กันยายน 62 ที่ผ่านมา เสนอว่า มีความเป็นไปได้ที่ดาวศุกร์ในอดีตเมื่อยุคแรกเริ่มนั้น อาจมีความคล้ายคลึงกับโลกของเราในปัจจุบันมากกว่าที่เคยคิดกันไว้ โดยอาจมีทั้งแผ่นดินท้องฟ้ามหาสมุทรและอุณหภูมิที่อบอุ่นพอเหมาะระหว่าง 20-50 °C เรียกว่าเคยเป็นสวรรค์มาก่อนในอดีต แถมยังมีสภาพอันสวยงามน่าอยู่แบบนี้ยาวนานถึง 3,000 ล้านปีเลยทีเดียว

แต่ทำไมอยู่ดีๆดาวศุกร์เปลี่ยนสภาพจากสวรรค์เป็นนรกอย่างทุกวันนี้ ? เรื่องนี้ทางทีมวิจัยอธิบายว่า สาเหตุมาจากภัยพิบัติที่ทำให้เกิดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศจนหนาทึบขึ้น ก่อให้เกิดสภาพเรือนกระจกรุนแรงสุดขั้ว จนอากาศร้อนทะลุจุดเดือด ต้มน้ำทะเลทั่วดาวเหือดแห้งไป และสภาพดาวกลายเป็นอย่างทุกวันนี้

สมมติฐานของทีมวิจัยนั้นคือในอดีตราว 700-750 ล้านปีก่อน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่มากบนดาวศุกร์ ทำให้หินหนืดปริมาณมหาศาลไหลลงไปถมพื้นที่มหาสมุทรจนตื้นขึ้น นอกจากนี้ หินหนืดจากภูเขาไฟยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากมายอย่างไม่เคบปรากฏมาก่อน และก๊าซเรือนกระจกนี้ไม่มีการดูดซับกลับคืนมายังพื้นผิวดาวเนื่องจากหินหนืดเย็นตัวลงเร็วเกินไป ทำให้สภาพเรือนกระจกเกิดอย่างถาวร

งานวิจัยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://meetingorganizer.copernicus.org/EPSC-DPS2019/EPSC-DPS2019-1846-1.pdf

ภาพวาดจำลองดาวศุกร์ในยุคโบราณประกอบบทความจากนาซา แสดงให้เห็นว่าดาวศุกร์อาจมีมหาสมุทรปกคลุมพื้นผิวเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

เรียบเรียงโดย @MrVop