การวิเคราะห์ข้อมูลที่ทะยอยส่งมาจากยานอวกาศนิวฮอไรวันส์ ในภารกิจบินผ่านดาวเคราะห์น้อย “อัลติมา ทูลี” หนึ่งในวัตถุที่อยู่ในแถบไคเปอร์ที่ขอบนอกของระบบสุริยะ ทำให้ทีมนักดาราศาสตร์พบความน่าประหลาดใจหลายอย่างของวัตถุที่มีมาตั้งแต่ยุคแรกของการก่อตัวของระบบดาวที่เราอาศัยอยู่นี้

ด้วยความยาว 35 กม.ดาวเคราะห์น้อยหน้าตาประหลาดดวงนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรก (ด้านขวาของภาพประกอบ) เป็นหินทรงแบน มีชื่อเล่นว่า “อัลติมา” ส่วนที่สองเป็นหินทรงกลม (ด้านซ้ายของภาพประกอบ) มีชื่อเล่นว่า “ทูลี”

“เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในระบบสุริยะ มันทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ต้องย้อนกลับทำความเข้าใจกันใหม่ว่าแท้จริงแล้วดาวเคราะห์ก่อตัวอย่างไร” ดร. อลันสเติร์นนักวิจัยหลักจากสถาบัน Southwest Research Institute กล่าว

ภาพคอมโพสิตนี้เป็นภาพที่ประกอบรวมขึ้นจากภาพย่อย 9 ภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง Long Range Reconnaissance Imager (LORRI) บนยานนิวฮอริซันส์ เมื่อ 12:26 ของวันที่ 1 มกราคม 2019 ตามเวลาในประเทศไทย ที่ระยะห่าง 6,628 กม. ในจังหวะที่เหลือเวลาอีก 6 ½ นาทีก่อนที่ยานจะบินเฉียดผ่านดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไป ในแต่ละภาพย่อยมีค่าการเปิดรับแสงที่หน้ากล้อง 0.025 วินาที เครดิตภาพ: NASA / Johns Hopkins ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ / สถาบันวิจัยตะวันตกเฉียงใต้ / หอดูดาวดาราศาสตร์แห่งชาติ

“มันเหมือนวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคก่อตัวของระบบสุริยะที่ยังคงรักษาสภาพความดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี”

“เห็นได้้ชัดว่าทั้ง 2 ส่วนเคยเป็นอิสระจากกัน ต่างโคจรรอบกันและกันเหมือนวัตถุที่จับคู่กัน (ไบนารี) ที่พบบ่อยในบริเวณแถบไคเปอร์นี้ แต่ความแปลกคือมันมีอะไรบางอย่างที่นำทั้ง 2 ส่วนมาต่อเข้าด้วยกัน “ด้วยความนุ่มนวลเป็นอย่างยิ่ง” ผิดแปลกไปจากวัตถุไบนารีอื่นที่เมื่อเข้าใกล้กันก็จะกระแทกกันแตกกระจาย มันมีอะไรบางอย่างที่ลดโมเมนตัมในการโคจรของก้อนหินยักษ์ทั้งสองไม่ให้เข้าชนกัน

“มันสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าในช่วงเริ่มต้นของระบบสุริยะของเรานั้น วัตถุต่างๆเช่นดาวเคราะห์จะดึงเอาชิ้นส่วนหินที่โคจรอยู่รอบๆเข้าด้วยกันสะสมพอกพูนจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ในรูปแบบนี้โมเมนตัมการโคจรของหินแต่ละก้อนยกตัวอย่างเช่นในกรณีของ อัลติมา ทูลี นั้นต้องถูกระบายออกไปด้วยวิธีไหนซักอย่างเพื่อให้ทั้ง 2 ส่วนสามารถเข้ามาเชื่อมกันได้แบบนี้ แต่เรายังไม่รู้ว่ากลไลสำคัญที่นี้คืออะไร” ดร. วิลเลียมแมคคินนอนผู้ร่วมทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์กล่าว

องค์ประกอบพื้นผิวของ “อัลติมา ทูลี” มีส่วนของ เมทานอล (CH₂OH) และน้ำ (H₂O)
เครดิตภาพ: NASA / Johns Hopkins University ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ / สถาบันวิจัยตะวันตกเฉียงใต้

รอยต่อหรือ “คอ” ของมนุษย์หิมะ (หากมองในแนวตั้ง) มีแถบสีขาวแปลกๆที่หลายฝ่ายก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร

เมื่อดูรูปบนของภาพประกอบบทความจะพบว่า “อัลติมา ทูลี” นั้นมี “รอยต่อ” มากมาย เห็นได้ชัดอย่างยิ่งในท่อนขวาที่ชื่อ “อัลติมา” มันดูเหมือนจะมีชิ้นแยกย่อยหลายชิ้นเข้ามารวมกันซึ่งอาจเป็นวิธีที่มันถือกำเนิดขึ้นมาก่อนจะมาเชื่อเข้ากับท่อนซ้ายที่ชื่อ “ทูลี” ก็ได้

เรียบเรียงโดย @MrVop