กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หมายถึงมีประชากรมากที่สุก) กำลังจมทะเล

ภาวะโลกร้อนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เวลานี้กรุงจาการ์ตาจมลงทะเลในอัตราเร็วถึง 20 ซ.ม.ต่อปีในบางพื้นที่ [อ้างอิง]

หลังพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆมาหลายปี รัฐบาลอินโดนีเซียตัดสินใจที่จะยุติปัญหาด้วยการย้ายเมืองหลวง โดยเลือกพิกัดใหม่เอาไว้บริเวณจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกบนเกาะบอร์เนียว

แต่พื้นที่สำหรับสร้างเมืองหลวงใหม่นี้กลับไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติจริงๆ เนื่องจากล่าสุดมีคำเตือนจากเหล่านักวิชาการว่า พื้นที่นี้อาจพบกับคลื่นสึนามิได้ง่ายในอนาคต

นักวิชาการเหล่านั้น พบหลักฐานของการเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเลในสมัยโบราณหลายครั้ง ซึ่งมีตำแหน่งที่เกิดอยู่ในช่องแคบมากัสซาร์ ระหว่างเกาะบอร์เนียวและซูลาเวสี

ซึ่งในอนาคต หากเกิดแผ่นดินไหวในช่องแคบมากัสซาร์ แม้จะมีขนาดต่ำกว่า 7.0 แต่ก็อาจก่อให้เกิดดินถล่มใต้ทะเลขึ้นมาได้ ซึ่งล่าจุดพบจุดอันตรายแบบนี้ถึง 19 จุด การเกิดการแทนที่น้ำตามแนวตั้งในปริมาตรหลายร้อยลูกบาศก์กิโลเมตรจะก่อให้เกิดคลื่นคลื่นสึนามิเคลือนตัวไปรอบทิศทาง ส่วนหนึ่งจะเข้าสู่อ่าวบาลิกปาปัน ซึ่งอยู่ติดกับที่ตั้งเมืองหลวงใหม่ จนก่อให้เกิดหายนะร้ายแรงกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก

สิ่งเดียวที่ทีมงานยังไม่อาจให้คำตอบได้ (ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารทำได้) ก็คือบอกว่าเมื่อไรถึงจะเกิดแผ่นดินไหวจนดินใต้ทะเลถล่มตามมา ซึ่งอาจเกิดทันทีที่ตั้งเมืองหลวง หรือไม่เกิดเลยเป็นเวลานานหลายร้อยปีก็เป็นไปได้

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีบันดุงในอินโดนีเซียกล่าวว่าการวิจัยครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซียเกี่ยวกับอันตรายจากดินถล่มในช่องแคบมากัสซาร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากนานาชาติ เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประเทศในอนาคต

งานวิจัยครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงใน https://sp.lyellcollection.org/content/early/2020/03/29/SP500-2019-171

เครดิตภาพประกอบบทความจาก BBC

เรียบเรียงโดย @MrVop