ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Global Wildlife Conservation (GWC) นำโดยนาย อัน เหงียน นักชีววิทยาเวียดนาม ได้ค้นพบกระจงหลังเงิน (Chevrotain) บริเวณป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม จากการใช้กล้องถ่ายภาพอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการกลับมาปรากฏตัวของสัตว์ชนิดนี้อีกครั้งหลังจากมีพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อปี 2533

กระจง” จัดเป็นสัตว์กีบคู่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก รูปร่างคล้ายกวาง แต่ไม่มีเขาและไม่มีต่อมน้ำตา พบกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาว เวียดนาม ไทย กัมพูชา มาเลเซีย จีนตอนใต้ (ตอนใต้ของมณฑลยูนนาน) ตอนใต้ของเกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์ ตัวผู้มีลักษณะเด่น คือ มีเขี้ยวแหลมคมงอกออกมาหนึ่งคู่ ใช้ในการต่อสู้ (คนไทยไปฆ่าเอาเขี้ยวมาทำเครื่องราง) และมันมีกีบเท้าที่คมมาก หากมีผู้อุ้มหรือจับโดยไม่ระวังตัวอาจถูกถีบเป็นแผลเหวอะได้

ทีมงานกำลังติดตั้งกล้องอัตโนมัติที่จะทำงานทันทีที่มีสิ่งเคลื่อนไหวผ่านไปด้านหน้า

สายพันธุ์ที่พบในไทยคือ กระจงเล็ก (Tragulus kanchil) และกระจงใหญ่ (Tragulus napu) ส่วนที่พบในแถบมาลายูคือกระจงชวา (Tragulus javanicus) และที่กำลังกล่าวถึงในบทความนี้ คือกระจงหลังเงิน หรือกระจงเวียดนาม (Tragulus versicolor) ที่มีผู้พบครั้งแรกในเวียดนามเมื่อปี 2453 และพบครั้งที่ 5 หรือครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2533 

กระจงหลังเงินเดินผ่านหน้ากล้องในระยะใกล้

ทีมงานของ GWC เริ่มต้นโครงการเมื่อได้ข่าวเข้าหูว่ามีผู้พบเห็นกระจงชนิดนี้ จากนั้นจึงเริ่มหาข่าวโดยใช้วิธีสอบถามจากพรานและชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของรัฐฯ และก็ตัดสินใจที่จะตั้งกล้องอัตโนมัติ 3 ตัวในจุดที่คาดว่าจะมีกระจงผ่าน ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ กล้องสามารถจับภาพกระจงหลังเงินได้ถึง 275 ภาพ ในช่วงเวลา 5 เดือน

เมื่อเป็นดังนี้ ทีมงานจึงตั้งกล้องเพิ่มอีก 29 ตัวในพื้นที่เดียวกันต่อไปอีก 5 เดือน คราวนี้สามารถบันทึกภาพของกระจงหลังเงินได้มากมายถึง 1,881 ภาพ

สีส้มคือจุดที่สามารถจับภาพกระจงหลังเงินได้ (เป็นตำแหน่งคร่าวๆเพื่อหลีกเลี่ยงการล่ากระจง)

ดร. Hoang Minh Duc นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนิเวศวิทยาภาคใต้ของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเวียดนาม หนึ่งในทีมงานนี้กล่าวว่า “การค้นพบกระจงหลังเงินรอบใหม่นี้ เป็นความหวังครั้งใหญ่สำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

แต่เนื่องจากความต้องการสูงสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าและการล่าสัตว์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทีมงานตัดสินใจร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียด้านการอนุรักษ์ในท้องถิ่น ขอที่จะเลือกปกปิดข้อมูลรายละเอียดของการค้นพบในด้านจำนวนและตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงของกล้อง เพื่ออนุรักษ์สัตว์ตัวน้อยนี้ให้คงอยู่คู่โลกต่อไปให้นานที่สุดที่จะเป็นไปได้

การค้นพบครั้งนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร  Nature Ecology & Evolution

เรียบเรียงโดย @MrVop