สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยในปีนี้จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง เงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากนั้นจะขึ้นฝั่ง ประเทศชิลีและอาร์เจนตินา ประเทศอื่นในทวีปเดียวกันจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ดังรายละเอียดที่จะปรากฏในบทความต่อจากนี้

จุดแรกที่จะเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคารอบนี้คือบริเวณเกาะ Oeno ในมหาสมุทรแปซิฟิก ผู้คนบนเกาะจะสังเกตเห็นการเกิดสุริยุปราคา 2 นาที 53 วินาที​ เมื่อเวลา 10:24 ตามเวลา​ท้องถิ่น​หรือ​ 01:24 ของเช้าวันที่ 3 กรกฎาคมตามเวลาในประเทศไทย ณ ขณะนั้นผู้คนที่อยู่บนเกาะอีสเตอร์ที่อยู่​ใกล้​กัน จะเห็นเพียงสุริยุปราคาบางส่วน เงามืดปกคลุม 80% ของดวงอาทิตย์

แผนที่เงาดวงจันทร์ขณะเกืดสุริยุปราคา เส้นดำคือบริวณที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แถบสีเทาคือบริเวณที่เกิดสุริยุราคาบางส่วน โดยจะมีเปอร์เซ็นต์กำกับให้เห็น

จุดที่เงามืดบดบังดวงอาทิตย์มากที่สุด คือบริเวณพื้นน้ำซึ่งอยู่ห่างออกไป 2,600 ก.ม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอิซซาเบลลา ในหมู่เกาะกาลาปากอส เงามืดจะเกิดนาน 4 นาที​ 32.8 วินาที​ ซึ่งถือว่าโชคไม่ดีเพราะผู้ที่จะได้เห็นปรากฏการณ์เงามืดหมดบางมากที่สุดจะต้องเป็นผู้ที่อยู่บนเครื่องบินหรือเรือเดินสมุทรเท่านั้น

จากนั้นเงาของดวงจันทร์​จะขึ้นฝั่งทวีปอเมริกาใต้บริเวณเมือง La Serena ในประเทศชิลี ในลักษณะของสุริยุปราคาบางส่วน เริ่มต้นจากเวลา 15:15 ตามเวลาท้องถิ่นหรือเวลา 02:15 ของเช้าวันที่ 3 กรกฎาคมตามเวลาในประเทศไทย จากนั้นก็จะมีการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง โดยเงามืดจะบังเต็มที่เวลา 16:38 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเวลา 17 วินาที แล้วเงาของดวงจันทร์จะเคลื่อนตัวออกจากประเทศชิลีไปทางตะวันออกเฉียงใต้สู่ประเทศอาร์เจนตินา และปรากฏการณ์จะสิ้นสุดก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ทางทิศใต้ของประเทศอุรุกวัย

ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะมองไม่เห็นในทวีปอื่น ซึ่งเป็นธรรมดาของการเกิดสุริยุปราคาที่เงาดวงจันทร์จะพาดผ่านผิวโลกเป็นบริเวณหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไปรอชมปรากฏการณ์หากอยู่ในเงามืดท่านอาจมีโอกาสได้เห็นท้องฟ้ามืดสนิทเป็นช่วงสั้นๆจนเห็นดวงดาวหลายดวงยกตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์ ดาวโจร ดาวไรเจลและบีเทลจุสของกลุ่มดาวนายพรานเป็นต้น ดังรูปประกอบล่างสุด

ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์บางดวงปรากฏให้เห็นเมื่อฟ้ามืดมิดขณะสุริยุปราคาเต็มดวงในอเมริกาใต้

สำหรับท่านที่พลาดการชมสุริปราคาครั้งนี้ ก็คงต้องรอครั้งต่อไปที่จะเกิดปีหน้าในวันที่ 14 ธันวาคม 63 ที่อเมริกาใต้นี้เช่นกัน

ที่มาและเครดิตภาพ https://www.space.com/total-solar-eclipse-2019-photos.html

เรียบเรียงโดย @MrVop