อ่านข่าวบริษัท startup ชื่อ “Nest Labs” ซึ่งทำผลิตภัณฑ์ smart home ได้เงินลงทุนรอบใหม่มา 200 ล้านเหรียญ โดยมูลค่าของบริษัทสูงถึง 2,000 ล้านเหรียญ ก็อดแปลกใจไม่ได้ แต่พอเจอว่า CEO ชื่อ Tony Fadell ก็รู้ว่าบริษัทนี้ต้องน่าสนใจแน่ๆ วันนี้จะเล่าให้ฟังถึงคนๆนี้ครับ

ถ้าโลกนี้ไม่มีคนที่ชื่อ Tony Fadell อีตาศาสดา Steve Jobs ไม่มีวันพลิกฟื้น Apple ได้สำเร็จ…

ตอนพลิกฟื้น Apple แทบไม่มีใครเชื่อว่า อีตาจ๊อบส์ จะทำได้สำเร็จ คือมันเจ๊งยิ่งกว่าเจ๊ง ผลิตภัณฑ์ตอนนั้น ก็ดูไม่ได้ อะไรๆ ก็ดูห่วยไปหมด… CEO เดลปากเสียบอกว่าถ้าเป็นจ๊อบส์ มีทางเดียวต้องขายแอ๊บเปิ้ลทิ้งในราคาถูกๆเท่านั้น

จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าวงการเปรี้ยง ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ไม่มีใครคาดถึงมาก่อน นั่นคือ ไอ้ป๊อด (iPod) นั่นเอง… ผลิตภัณฑ์ลึกลับที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่า Apple ทำอยู่

กำเนิดของ ไอ้ป๊อด (iPod) ลึกลับมาก มันเริ่มต้นจากการเป็นเรื่องฝันเฟื่องของนาย Tony Fadell ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ ทำงานอยู่กับ Philips ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ Napster และ MP3 เกิดขึ้นใหม่ๆ อีตา Tony นี่อินเอามาก เลยเขียนแผนธุรกิจที่จะตั้งบริษัทเพื่อสร้างเครื่องเล่น MP3 ที่พ่วงระบบขายเพลงผ่าน Napster ขึ้นมา อินขนาดลาออกจาก Philips แล้วเอาแผนธุรกิจ สุดเว่อร์ไอเดียบรรเจิดนั้นไปเร่ขายให้บริษัทใหญ่ๆ แต่ไม่มีใครสนใจ มีเพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่สนใจ… Apple

Apple จ้าง Fadell ในปี 2001 สร้างทีมพัฒนาขนาด 30 คนให้ มีทั้ง designers, programmers, hardware engineers ทำโครงการนี้ นาย Fadell นี่หาญกล้ามาก พูดเลยว่า “นี่คือโครงการที่จะพลิกอนาคตของ Apple และอีก 10 ปีข้างหน้า Apple จะกลายเป็นบริษัทเพลง ไม่ใช่บริษัทคอมพิวเตอร์”

คำพูดนี้เป็นจริงอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในที่สุดตาจ๊อบส์ก็ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก “Apple Computer Inc.” เป็น “Apple Inc.” ไปในปี 2007

เรียกได้ว่า Fadell นี่ มองอนาคตของธุรกิจเพลงได้ขาดยิ่งกว่าบรรดาบริษัทเพลงในขณะนั้นไปหลายชั้นทีเดียว คนแบบนี้แหละครับที่วงการฝันหา…

ตอนทำ ไอ้ป๊อด (iPod) นั้น มีบริษัท PortalPlayer เป็นบริษัทที่ทำเครื่องต้นแบบของ MP3 player มีเครื่องต้นแบบตัวนึงที่มีขนาดเท่าซองบุหรี่ ซึ่งเล่ากันว่า “มันน่าเกลียดโคดๆ เหมือนวิทยุราคาถูกที่มีปุ่มเยอะๆ” แน่นอนแหละว่ามันน่าเกลียด เพราะ portalPlayer เป็นบริษัทฮาร์ดแวร์ ของทุกอย่างออกแบบโดย hardware engineer…

แต่พอ Tony Fadell เห็นเจ้าเครื่องนี้เข้า ก็บอกทันทีว่า “นี่แหละเครื่องที่กรูใฝ่ฝันหา..” Apple ก็เลยเข้ามาติดต่อให้ PortalPlayer ทำเครื่องให้ ตอนนั้น PortalPlayer มีลูกค้า 12 ราย หนึ่งในนั้นคือ IBM ซึ่งกำลังทำเครื่องเล่น MP3 ที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็กของ IBM อยู่ ว่ากันว่ามันเยี่ยมมาก

Apple บอก ถ้าจะร่วมงานกัน เอ็งต้องทิ้งไอ้ 12 เจ้านั้น Portal Player ก็ใจถึงน่าดู ทิ้งหมด ทำกับ Apple เจ้าเดียว ไม่รู้ตาจ๊อบส์ไปกล่อมอีท่าไหน โครงการ iPod ก็เริ่มขึ้น ด้วยคน 200 คนใน US, Engineer อีก 80 คนในอินเดีย ใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทำสินค้าตัวนี้ตัวเดียว ทุกคนทุ่มสุดตัว…

PortalPlayer ทำ hardware กับ software, Fadell เขียน Business Model, ตาจ๊อบส์สนใจอย่างเดียว “User Experience” จิ๊กซอว์ 3 ตัวครบ ก็เดินหน้า

จ๊อบส์ใช้เวลาทั้ง 100% กับไอ้ป๊อด ยุ่งไปทุกเรื่อง ประชุมทุกวัน ระเบิดอารมณ์ทุกครั้งที่ไม่ได้อย่างใจ เช่น เลือกเพลงโปรดไม่ได้ในสามคลิ๊ก…บ่นหมด มุมเครื่องมนไม่พอ, ขอบทื่อเกินไป, เหลี่ยมนี้ไม่สวย, เมนูขึ้นมาช้า… ด่าแม่งทุกวัน..บางเรื่องก็อีเดียด เช่น iPod นั้นเสียงดังกว่าเครื่องในตลาดทุกตัวอยู่แล้ว แต่จ๊อบส์บอกดังไม่พอ คนเลยนินทาว่าอีตานี่ท่าจะหูหนวกหน่อยๆ

ในระหว่างทำ prototype นั้นไม่เคยมีใครนอกแอ๊บเปิ้ลระแคะระคายเลย เพราะแอ๊บเปิ้ลได้ชื่อว่ารักษาความลับของผลิตภัณฑ์ได้ยอดเยี่ยมมาก ตอนทำไอ้ป๊อดเนี่ย Apple หุ้มมันด้วยกล่องขนาดกล่องรองเท้าครับ เอาปุ่มกับจอ ออกมาวางในตำแหน่งแปลกๆ เช่น แป้นหมุนกลมๆอยู่ด้านล่าง จออยู่บน ต่อให้ถ่ายรูปโปรโตไทพ์ไปได้ ก็ไม่มีทางเดาถูกว่าไอ้นั่นมันเครื่องอะไร… ทำกันขนาดนั้นเลยครับ

พอทุกอย่างเกือบเสร็จ เหลืออีก 8 สัปดาห์ต้องเข้าสายผลิต ก็มีปัญหาที่ทีมงานแก้ไม่ตก…แบตเตอรี่ครับ มันเปลืองมาก ใช้ได้แค่ 3 ชั่วโมงแบตก็หมด…ปัญหานี้แก้ไม่ได้ก็พัง เพราะคนจะไม่ซื้อแน่…ตอนนั้นระส่ำระสายมากครับ จนหลายคนคิดว่า Apple คงพังแน่กับโครงการนี้…

หลายคนใน PortalPlayer ถึงกับลาออกไป Apple ก็เลยต้องเข้าซื้อกิจการ PortalPlayer ไว้เพื่อทำโครงการนี้ต่อ พอซื้อปุ๊บ..วิศวกรของ Apple ก็ “บังเอิญ” แก้ปัญหาเรื่องแบตได้พอดี...

ว่ากันว่า คนที่จะอยู่กับท่านศาสดาจ๊อบส์ได้ ต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ 1. เก่งโคดๆ 2. จงรักภักดี

จงเชื่อว่าศาสดาเตรียมทางออกไว้แล้วเสมอ…จงเชื่อ อย่าดื้อ…นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่าลาออกตอนโปรเจกต์ใกล้พัง…คุณอาจพลาดได้…555

ด้วยความเก่งกาจของทุกฝ่ายที่ร่วมงานกันตอนนั้น iPod ก็กลายเป็นสินค้าที่พลิกฟื้นสถานะของ Apple ได้จริงๆ…

ตอนออกโปรแกรม iTunes มีแต่คนหัวเราะนะครับ เพราะในวินโดว์ส มี Media Player ที่แสนดีของ Microsoft ให้ใช้อยู่แล้ว ใครจะต้องการมรึง…แต่ iTunes นั้นแฝงไว้ด้วยสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือวิสัยทัศน์ของ Fadell ครับ… วิสัยทัศน์ของ Fadell คือ การซื้อขายเพลงในรูปแบบดิจิตอล…iPods และ iTunes ได้ก่อให้เกิดตลาดที่ไม่เคยมีใครคิดฝันมาก่อน และในที่สุดก็กลายเป็น channel ในการขายเพลงที่ใหญ่ที่สุดไป ชนะ Wall Mart ขาด

Apple ไม่ใช่สำเร็จด้วยคนๆเดียวครับ มีคนมากมายที่มีส่วน และหนึ่งในนั้นคือ Tony Fadell นี่แหละ

 

by : Jimmy