เมื่อ 60,000 ปีที่แล้ว โลกเราเคยมีนกพิราบที่ใหญ่โตมาก และมีน้ำหนักตัวมากกว่านักพิราบในสมัยปัจจุบันถึง 5 เท่า

พิราบยักษ์นี้มีชื่อกว่า Tongoenas burleyi อาศัยอยู่บนเกาะทั้ง 6 คือ เกาะ Foa เกาะ Lifuka เกาะ Uiha เกาะ Ha’afeva เกาะ Tongatapu และ เกาะ Eua ในหมู่เกาะตองกา หรือ ราชอาณาจักรตองกา

นกนี้มีความยาวของร่างกายถึง 51 เซ็นติเมตร หรือราว 42 นิ้ว ไม่รวมหาง

พวกมันมีชีวิตอยู่ในยุค 60,000 ปีที่แล้ว แต่สูญพันธุ์ไปในช่วงเวลาไม่เกิน 200 ปี หลังการมาเยือนของมนุษย์เมื่อราว 2,850 ปีก่อน

ผู้ค้นพบฟอสซิลของนกพิราบยักษ์โบราณนี้คือ ดร. เดวิด สเตดแมน หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์วิทยาธรรมชาติวิทยาของฟลอริด

ดร. เดวิด อธิบายว่านกพิราบยักษ์นี้แน่นอนว่ามันบินได้ กินผลไม้เป็นอาหาร และเมื่อดูจากขนาดของปากและลำคอแล้วน่าจะสามารถกลืนผลไม้ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับลูกเทนนิสได้อย่างสบาย

เราพบว่าพวกมันตกเป็นอาหารของเหล่ามนุษย์จนสูญพันธุ์หมดสิ้น คาดว่าน่าจะล่าได้ง่ายและมีรสชาติดีไม่ต่างจากนกพิราบเมืองในปัจจุบัน

Oona Takano นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก ให้ความเห็นว่า พิราบยักษ์ Tongoenas burleyi น่าจะเป็นตัวจักรสำคัญในการช่วยแพร่พันธุ์ต้นไม้หลายชนิดระหว่างเกาะทั้ง 6 ในหมู่เกาะตองกา โดยเฉพาะเมล็ดของผลไม้ขนาดใหญ่ที่นกอื่นไม่สามารกินเข้าไปได้ เมื่อมันสูญพันธุ์ไป ก็ส่งผลให้ความหลากหลายของพันธ์ุไม้บริเวณนี้

ดร. เดวิด สเตดแมน คาดว่ารกพิราบยักษ์ Tongoenas burleyi น่าจะมีสีขนที่ฉูดฉาด จากการที่มันมักเกาะอยู่บนยอดไม้สูง แตกต่างจากขนสีน้ำตาลและสีเทาของนกพิราบในทุกวันนี้

ที่มาและเครดิตภาพ http://www.sci-news.com/paleontology/tongoenas-burleyi-08669.html

การค้นพบ นี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารZootaxa

เรียบเรียบเรียงโดย @MrVop