ยุคดีโวเนียนเป็นยุคที่โลกเราเพิ่งเริ่มจะมีสัตว์บก ท้องทะเลนั้นเต็มไปด้วยปลาจนได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่งปลา และปลาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคคือปลาหุ้มเกราะ โดยเฉพาะเจ้า ดังเคิลออสเตียส นักล่าที่กินทุกอย่างไท่เลือกหน้า แม้แต่ฉลามก็ไม่เว้น

แต่ก็ใช่ว่าปลามีเกราะทุกชนิดจะดุร้ายไปเสียหมด ล่าสุดทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยบริสตอล นำโดย Samuel Coatham ร่วมกับ ศาสตราจารย์ Christian Klug จาก มหาวิทยาลัยซูริค พบว่าปลาหุ้มเกราะชนิดหนึ่ง เมื่อ 380 ล้านปีที่แล้วในยุคดีโวเนียนที่มีชื่อว่า Titanichthys แถบทะเลโมร็อกโก เป็นปลาที่กินสัตว์ทะเลขนาดจิ่วเป็นอาหาร ไม่ต่างจากฉลามวาฬ ฉลามบาสกิ้น ในทุกวันนี้

หลักฐานยืนยันที่ชัดเขนคือลักษณะของฟอสซิลกระดูกขากรรไกรส่วนล่าง ที่ไม่อาจจะสร้างแรงขบกัดที่รุนแรงพอในการจะจัดการเหยื่อด้วยการกัดอย่างที่ควรจะเป็น รูปทรงปากที่มีขากรรไกรล่างแบบที่พบนี้ มีเอาไว้เพื่อสูบน้ำทะเลปริมาณมากเป็นการนำเอาสัตว์ทะเลขนาดเล็กเช่นแพลงตอน กุ้งหรือเคย เข้ามาเป็นอาหารเท่านั้น

เมื่อทีมงานลองทดสอบโครงสร้างของขากรรไกรปลาหุ้มเกราะชนิดนี้ด้วยวิธี finite element analysis (FEA) ก็พบว่าเป็นจริงตามที่สันนิษฐานไว้ ขากรรไกรของ Titanichthys คงหักอย่างแน่นอนหากไปกัดทำร้ายใครเข้า

ขณะที่ปลาหุ้มเกราะ ดังเคิลออสเตียส เป็นฝันร้ายแห่งยุคนั้น และถือว่าโชคดีที่พวกมันสูญพันธุ์ไปเสียได้เมื่อถึงปลายยุคดีโวเนียน ปลาหุ้มเกราะที่แสนสุภาพอย่าง Titanichthys ก็กลับสูญพันธุ์ตามไปด้วย ทำให้เราอดได้ยลโฉมยักษ์ใจดียาว 5 เมตรในทุกวันนี้

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Royal Society 

ที่มา http://www.sci-news.com/paleontology/titanichthys-suspension-feeder-08447.html

เครดิตภาพประกอบบทความ: Mark Witton

เรียบเรียงโดย @MrVop