ทาร์เซียร์ (Tarsier) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในอันดับไพรเมตที่วิวัฒนาการมาจากยุคไอโอซีนจนมาถึงยุคปัจจุบันโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเลยตลอด 45 ปีที่ผ่านมา

ทาร์เซียร์ มีตาขนาดใหญ่ดูคล้ายลิงลมของไทย แต่ตาของมันนั้นหากเทียบกับขนาดตัวแล้วโตกว่าลิงลมมาก และก็เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่าสัตว์ตาโตพวกนี้หากินเวลากลางคืนอย่างแน่นอน ทาร์เซียมีลักษณะอื่นแตกต่างจากลิงลมหลายประการ แต่ที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือลิงลมนั้นหางกุด แต่หางของทาร์เซียนั้นยาวมาก ยาวเป็น 2 เท่าของขนาดลำตัวเลยทีเดียว

ที่พิเศษคือ ทาร์เซียเป็นสัตว์ที่หมุนคอได้ 180 องศา เหมือนนกเค้าแมว ทำให้มันหันไปมองด้านหลังได้อย่างง่ายดาย

ทาร์เซียมีขนาดเล็กมาก ร่างกายไม่รวมหางยาวไม่เกิน 15 ซ.ม. นับเป็นสัตว์ในอันดับไพรเมตที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกจำพวกหนึ่ง มันมีน้ำหนักเพียง 80-150 กรัม เมื่อรวมกับขาหลังอันทรงพลัง ทำให้ทาร์เซียสามารถกระโดดได้ไกลถึง 40 เท่าของความยาวลำตัว

ภาพวาดแสดงลักษณะทาร์เซียสายพันธุ์ใหม่ (Tarsius niemitzi ) 
เครดิตภาพ: Stephen D. Nash

สายพันธุ์ของทาร์เซียที่รู้จักกันในปัจจุบันได้แก่ สายพันธุ์ Tarsius พบได้บนเกาะสุลาเวสีและหมู่เกาะใกล้เคียง สายพันธุ์ Cephalopachus พบในซุนดาลันด์ทางใต้ของเกาะสุมาตรารวมทั้งเกาะบอร์เนียว และสายพันธุ์ Carlito พบได้ตามเกาะทางใต้ของฟิลิปปินส์แถบมินดาเนา

ทาร์เซียสายพันธุ์ล่าสุดที่ค้นพบใหม่เป็นอยู่ในสกุลเดียวกับสายพันธุ์ Tarsius สามารถพบได้เฉพาะในหมู่เกาะ Togean ซึ่งตั้งอยู่กลางอ่าว Tomini ที่เป็นส่วนหนึ่งของเกาะสุลาเวสีอีกที โดยมีการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tarsius niemitzi เพื่อเป็นเกียรติแก่ดร. คาร์สเท เนียนีเมตซ์ ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นบิดาแห่งชีววิทยาสาขานาร์เซียร์

Tarsius niemitzi มีขนสีเข้มโดยเฉพาะบริเวณหาง ใบหน้ามีขนสีเทาเข้มในตัวที่โตเต็มวัย เพศเมียมีน้ำหนักตัว 104-110 กรัม เพศผู้หนักกว่าเล็กน้อย คือ 125-138 กรัม) และเพศเมียจะมีความยาวหาง 245-261 มม เพศผู้ 246-258 มม.

รายงานการค้นพบตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร  Journal Primate Conservation

เรียบเรียงโดย @MrVop