มาลาวี ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อยู่ในอันที่ 170 จาก 188 ในดัชนีการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติ มากกว่า 70% ของผู้คน 18 ล้านคนมีรายได้ที่ต่ำกว่าวันละ 60 บาท

ท่ามกลางวิกฤตเชื้อดื้อยา หรือซูปเปอร์บั๊กนั้น ยิ่งประเทศยากจนเท่าใด ยิ่งพบปัญหาหนักหน่วงขึ้นเท่านั้น

เป็นเวลากว่า 90 ปีมาแล้วที่ เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ได้ค้นพบสารเบนซิลเพนนิซิลิน โดยบังเอิญในปี 1928 จนนำไปสู่การพัฒนาเป็นยาเพนิซิลิน ยาปฏิชีวนะชนิดแรกของโลก และเป็นการปฏิวัติการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มียาขนานใหม่ๆมาเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน เชื้อโรคก็วิวัฒนาการตัวมันเองในการต่อต้านยาขนานเก่าๆ จนกลายเป็นแข่งขันกันระหว่างมนุษย์กับเชื้อโรค และทำท่าว่ามนุษย์เราจะแพ้

การดื้อยามาจากวิธีการใช้ยาผิดๆนั่นคือการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ และหยุดยาก่อนเชื้อจะตายหมด ทำให้เชื้อโรคส่วนที่หลงเหลือจดจำและวิวัฒน์ตัวเองไปเรื่อยๆ เชื้อโรคในรุ่นต่อมาก็จะมีอาการดื้อยาตัวเดิมนี้มากขึ้นๆ จนยาเดิมฆ่าไม่ตายในที่สุด

สิ่งที่พบในประเทศมาลา แม้ทางการจะมีกฎหมายห้ามไว้ แต่ท่านก็ยังสามารถหาซื้อยาเมอโรพีเนม (Meropenem) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะขนานแรงที่สุดจากร้านขายยาบางแห่งโดยทางร้านไม่ขอดูใบสั่งแพทย์ที่กำหนดไว้ตามกฏหมายแต่อย่างใด และนี่คือหนึ่งในต้นตอปัญหาเชื้อดื้อยาที่แก้ไขไม่หมดสิ้น

จริงอยู่ที่เหล่านักวิทยาศาสตร์พยายามหาวิธีการต่างๆนอกจากหาผทางผลิตยาใหม่เพื่อเอาชนะเชื้อโรค เช่น การหาทางเพิ่มพลังยาปฏิชีวนะขึ้นหลายเท่า [อ่านบทความ] การวิจัยเอาน้ำนมตุ่นปากเป็ดมาฆ่าเชื่อโรค [อ่านบทความ] การใช้เลือดของมังกรโคโมโด [อ่านบทความ] ฯลฯ แต่ทุกวิธีที่กล่าวมายังต้องอาศัยเวลาในการทดสอบและพัฒนา นั่นคือสิ่งที่ประเทศยากจนรอไม่ได้ ตัวอย่างเช่นในประทเทศมาลาวี เพราะเด็กทารกในประเทศนี้กำลังล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

ไทยเราก็ต้องระวัง อย่าซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองโดยไม่ไปพบแพทย์ หรือเภสัช ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป (ตอนนี้ก็สายแล้ว)

เรียบเรียงโดย @MrVop