วงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกไม่ได้กลมสนิท จริงๆแล้วเป็นวงรี และโลกไม่ได้อยู่ตรงกลางเป๊ะ ดังนั้นจะมีบางเดือนที่ดวงจันทร์โคจรออกไปไกลจากโลก ทำให้เราเห็นดวงจันทร์มีขนาดเล็กลงนิดๆ อย่างที่เราเรียกว่า “ไมโครมูน” และก็จะมีบางเดือนที่ดวงจันทร์โคจรเข้ามาใกล้จนเห็นขนาดใหญ่ขึ้นและสว่างขึ้น อย่างเราเรียกว่า “ซูเปอร์มูน” นั่นเอง

ซูเปอร์มูนปีนี้ ตรงกับ 00:47 คืนวันที่ 9 มีนาคมต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 10 มีนาคม ตามเวลาไทย โดยดวงจันทร์จะเข้าสู่จุดใกล้สุดที่ 357,122 กิโลเมตร เราจะเห็นดวงจันทร์เพ็ญสว่างตั้งแต่หัวค่ำ และจะเต็มดวงตั้งแต่ช่วงใกล้สี่ทุ่มเป็นต้นไป

ประจวบกับจันทร์เพ็ญเดือนมีนาคมนั้นฝรั่งอเมริกันเรียกว่า “พระจันทร์ไส้เดือน” หรือ Worm moon ซึ่งมีที่มาจากเหล่าไส้เดือนที่เริ่มพบมากเมื่อพื้นดินเริ่มอบอุ่นหลังหมดหน้าหนาวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ จึงมีคำเรียกซูเปอร์มูนครั้งนี้ว่า Super Worm moon อีกด้วย ซึ่งซูเปอร์มูนครั้งนี้เป็นครั้งแรกของปี ครั้งต่อไปจะเกิดในเดือนหน้าคือวันที่ 8 เมษายน

นอกจากซูเปอร์มูนแล้ว ปี 2563 นี้ยังมีความพิเศษที่นอกจากเป็นปีอธิกสุรทิน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน) แล้วยังจะมีจันทร์เพ็ญถึง 13 ครั้งใน 12 เดือน นัน่คือมากกว่าปีอื่น 1 ครั้ง

และเนื่องจากฝรั่งตั้งชื่อจันทร์เพ็ญเอาไว้เพียง 12 ชื่อ จันทร์เพ็ญครั้งที่เกินมานี้จึงมีชื่อพิเศษที่เรียกว่า Blue moon ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน ความหมายของมันคือควมโดดเดี่ยว เหตุเพราะมันจะเกิดได้ใน 2.72 ปีต่อครั้งเท่านั้น และปีที่เกิดอย่างเช่นปีนี้ จะต้องมีจันทร์เพ็ญแรกของปีหรือ Wolf moon เกิดก่อนวันที่ 11 มกราคม

ซึ่งปีนี้เพ็ญแรกพอดีตรงกับ 10 มกราคม ตามกฏแล้วก็จะเกิด Blue moon ขึ้นมา ซึ่งเพ็ญพิเศษนี้จะตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม นั่นหมายถึงเดือนตุลาคมปีนี้จะมีจันทร์เพ็ญ 2 ครั้งนั่นเอง

เครดิตภาพ https://www.capetownetc.com/news/look-out-for-the-super-worm-moon/

อ้างอิง http://www.eclipsegeeks.com/super-moon/4564065225

เรียบเรียงโดย @MrVop