เที่ยวบินทดสอบแห่งประวัติศาสตร์ SpX-DM1 หรือย่อมาจาก SpaceX Demonstration Mission 1 ซึ่งเป็นการทดสอบยานโดยสารดรากอน (Crew Dragon) อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก ได้ทะยานสู่ฟากฟ้าจากฐานปล่อย LC-39A ศูนย์อวกาศเคเนดี เกาะเมอร์ริตต์ รัฐฟลอริดา ด้วยจรวด Falcon 9 Block 5 เมื่อเวลา 14:49 ช่วงบ่ายของวันนี้ตามเวลาไทย (2 มีนาคม 62) เรียบร้อยตามหมายกำหนดการ

นี่ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในวงการอวกาศของสหรัฐฯ นับจากเดือนกรกฏาคม 2554 ที่ในครั้งนั้นเป็นการปล่อยเที่ยวบิน STS-135 ซึ่งเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของกระสวยอวกาศแอตแลนติสจากฐานปล่อย LC-39A เดียวกับที่ใช้ในวันนี้ นับจากนั้นมาโครงกระสวยอวกาศก็ปิดฉากลง และทุกครั้งนักบินอวกาศอเมริกันต้องอาศัยโดยสารไปกับยานโซยุสของรัสเซียกับค่าใช้จ่ายล่าสุดถึงประมาณ $ 80 ล้านบาทต่อที่นั่ง

หากการทดสอบครั้งนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด ปีนี้นักบินอวกาศอเมริกันจะได้บินออกไปสู่วงโคจรโลกจากแผ่นดินของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

10 นาทีหลังจากการออกจากศูนย์อวกาศเคเนดี จรวดขับดันท่อนล่างสุดของฟอลคอน 9 ก็แยกตัวออกและกลับลงมาจอดที่ฐานลอยน้ำของ SpaceX นอกฝั่งฟลอริดา จากนั้นอีก 1 นาทีต่อมา ยานโดยสารดรากอนกับจรวดขับดันท่อนที่สองก็แยกตัวออกจากกัน ดรากอนใช้เครื่องยนต์ของตัวเองเป็นแรงส่งไปสู่สถานีอกาศนานาชาติ

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยานโดยสารดรากอนจะเดินทางไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงค่ำวันพรุ่งนี้ (3 มีนาคม) ยานจะเข้าเชื่อมต่ออัตโนมัติโดยเปิดฝาที่ด้านบนสุดของโดมเข้าไปต่อกับสถานีอวกาศในเวลา 19:00 ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อขนถ่ายสัมภาระจำพวกของกินของใช้น้ำหนัก 180 กิโลกรัมให้แก่ลูกเรือในสถานีฯ การเข้าเชื่อมต่อของดรากอนรุ่นนี้จะแตกต่างจากยานดรากอนรุ่นที่ใช้ขนส่งแบบไร้ที่นั่งโดยสาร เพราะดรากอนรุ่นนั้นจะเชื่อมกับสถานีอวกาศโดยการใช้แขนกลเข้ามาจับไปต่อเข้ากับประตูแทนการเปิดฝาด้านบนของโดมเข้าไปต่อโดยตรงแบบรุ่นนี้

ในบ่ายวันที่ 8 มีนาคม 14:30 ตามเวลาในประเทศไทย ยานโดยสารดรากอนจะแยกตัวออกจากสถานีอวกาศเพื่อเดินทางกลับโลก โดยจะลงจอดบนผิวทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก แตกต่างจากยานดรากอนรุ่นที่ใช้ขนส่งแบบไร้ที่นั่งโดยสารที่จะลงจอดในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เลือกทะเลฝั่งแอตแลนติดเพราะในอีกไม่นาน SpaceX จะปรับให้ยานโดยสารดรากอนลงจอดบนบกในเขตฟลอริดาซึ่งใกล้กับที่ทำการขอบริษัท

ภาพของนักบินเทียม “ริปเลย์” ในห้องโดยสารของยานดรากอน

การเดินทางครั้งนี้แม้เป็นเที่ยวบินเปล่าไม่มีผู้โดยสาร แต่ทาง NASA กลับใส่หุ่นจำลองนักบินชื่อ “ริปเลย์” ในที่นั่งโดยสารไปด้วย (ดูภาพด้านบน) โดยในตัวหุ่นบรรจุไว้ด้วยเซ็นเซอร์จำนวนมากมายหลายตัว เพื่อตรวจวัดค่าต่างๆให้ทราบว่าสิ่งที่จะเกิดกับร่างกายมนุษย์จริงๆในเที่ยวบินต่อไปจะเป็นอย่างไรทั้งแรงจี แรงกด ความเร่งในมุมต่างๆ เป็นต้น

หลังผ่านการทดสอบครั้งนี้ไป ในเดือนมิถุนายน จะมีการทดสอบการดีดตัวของระบบกู้ภัยของยานดรากอน และหากระบบกู้ภัยไม่มีปัญหา ในเดือนกรกฏาคมปีนี้ ก็จะมีการทดสอบ SpXDM-2 ซึ่งคราวนี้จะมี Bob Behnken และ Doug Hurley นักบินอวกาศตัวจริงเสียงจริงเดินทางไปด้วย ซึ่งวันนี้ทั้ง 2 คนก็มาดูการทดสอบเที่ยวบินประวัติศาสตร์ด้วย เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการทำงานของยานโดยสารดรากอนอย่างใกล้ชิด

ทั้งหมดนี้คือความหวังของ NASA จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรยากาศความตื่นเต้นปรากฏอยู่กับชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่อยากได้เห็นความสำเร็จที่จะทำให้ประเทศตนไม่ต้องพึ่งพาคู่แข่งอย่างรัสเซียในการส่งนักบินอวกาศสู่วงโคจรอีกต่อไป

เรียบเรียงโดย @MrVop