อีลอน มัสค์ หรือ โทนี สตาร์ค มหาเศรษฐีนักประดิษฐ์ในโลกแห่งความเป็นจริง ประกาศจะส่งแคปซูลดราก้อน ไปลงจอดบนดาวอังคารภายใน 24 เดือนนับจากนี้

ต้องบอกว่า บ้าไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงเทคนิค ขณะที่นาซายังงุ่มง่ามทดสอบแคปซูลโอไรอัน แต่บริษัทเอกชนซึ่งก็แน่นอนว่าจะทำอะไรได้ว่องไวกว่าอย่าง SpaceX ของมหาเศรษฐีอีลอน มัสค์ ก็ประกาศตัดหน้าว่าจะส่งแคปซูลไปลงจอดบนดาวอังคารให้ได้ในปี 2018 และถ้าเป็นไปได้ มัสค์  ก็เจาะจงให้เป็นเดือนพฤษภาคมด้วย เพราะเป็นโอกาสที่โลกกับดาวอังคารจะโคจรเข้าใกล้กันในช่วงนั้น

สองสิ่งที่ยากสาหัสคือการออกจากโลกด้วยจรวดขนาดมหึมา ฟอลคอล เฮฟวี่ ที่เพิ่มพลังมาจากกจรวดรุ่นพี่อย่างฟอลคอน 9 ของ SpaceX มีการปรับปรุงโดยใช้เครื่องยนต์ Merlin 1D จำนวนมากถึง 27 ตัวจุดระเบิดพร้อมกัน (ยากตรงจุดระเบิดพร้อมกันนี่แหละ) ให้สามาถยกน้ำหนักมากถึง 53 ตันออกจากผิวโลก การทดสอบจะมีขึ้นครั้งแรกในเดือน พ.ย. 59 นี้ และที่ยากกว่าการออกจากโลกด้วยจรวดยักษ์หลายเท่าคือการลงจอดบนดาวอังคาร รอบนี้แคปซูลดราก้อน 2 จะใช้ทรัสเตอร์ 8 ตัวในการพยุงการลงจอด สังเกตว่าตลอดเวลาหลายสิบปีนับจากยานไวกิ้ง NASA ไม่เคยใช้วิธีลงจอดซ้ำกันเลย เพราะแต่ละแบบล้วนมีจุดอ่อน ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่างานทุ่มสุดตัวของมหาเศรษฐีอีลอน มัสค์ รอบนี้ ผลจะออกมายังไง เพราะจริงๆแล้วพี่แกฝันไปไกลถึงการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารตามที่เราเคยได้ยินข่าวกันมา

SpaceX อาจขอให้ NASA ช่วยเรื่องระบบสื่อสารทางไกล ซึ่งจะทำให้บริษัทฯสามารถติดต่อกับแคปซูลดราก้อน 2 ได้ง่ายขึ้นในระยะดาวอังคาร

ที่มา http://www.wired.com/2016/04/spacexs-plan-reach-mars-2018-actually-not-crazy/
เรียบเรียงโดย @MrVop