จากความสำเร็จที่ผ่านมาของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่นที่สามารถสำรวจและขุดเจาะตัวอย่างหินบางส่วนของดาวเคราะห์น้อยส่งกลับมาศึกษาที่โลกได้ ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเวียนนาของออสเตรียเกิดไอเดียล้ำหน้ากว่านั้น นัน่คือการขุดดาวเคราะห์น้อยเข้าไปเป็นโพรงใหญ่ เพื่อสร้างที่อยู่ถาวรไว้ภายใน

ไอเดียนี้คือการเลือกดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไป อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่น่าสนใจ โคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะไม่ห่างมากนัก เพื่อที่จะสร้างสถานีอวกาศไว้ภายใน ทั้งนี้อาศัยข้อได้เปรียบ 2 ประการที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆจากที่อื่น ประการแรกนั่นคือการใช้ผิวที่เป็นหินของดาวเคราะห์น้อยในการปกป้องมนุษย์จากรังสีอันตรายในอวกาศวึ่งก็คือรังสีคอสมิก นักวิจัยคาดว่าผิวดาวเคราะห์น้อยน่าจะหนาเพียงพอและได้ผลในการป้องกันอนุภาคความเร็วสูงในอวกาศมากกว่าผนังสถานีอวกาศธรรมดาทั่วไป ประการที่สองคือเราจะใช้การหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์น้อยสร้างแรงเหวี่ยงคล้ายแรงโน้มถ่วงเทียมเพื่อให้ทุกสิ่งในสถานีอวกาศที่อยู่ภายในนั้นสามารถตั้งอยู่ได้ ทีมนักวิจัยมีการคำนวนเบื้องต้นจากแบบจำลองดาวเคราะห์น้อยในคอมพิวเตอร์ สมมุติให้ดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายมีความกว้าง 390 เมตร ยาว 500 เมตร หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ว 1-3 รอบต่อนาที ก็จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงสร้างโน้มถ่วงเทียมเท่ากับแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารพอดี หรือราว 38% ของแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งพอเพียงกับการวางอุปกรณ์ขุดเจาะและการเข้าไปอาศัยอยู่ของนักบินอวกาศ

ปัจจุบันมีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับแบบจำลองที่ใช้ทดสอบแล้วเป็นจำนวนมาก ที่เหลือก็เพียงเลือกตำแหน่งวงโคจรและองค์ประกอบทางด้านแร่ธาตุของดาวเคราะห์น้อยดวงนั้น เพราะโดยหลักๆแล้วการลงทุนไปขุดเจาะสร้างสถานีอวกาศย่อมต้องพ่วงด้วยการทำเหมืองเพื่อนำแร่ธาตุหายากที่ขุดได้ส่งกลับมาที่โลก ทำแบบนี้จึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่ทุ่มลงไป นอกจากนั้นแล้วจะใช้เป็นฐานสำรวจอวกาศหรือใช้เป็นที่พักเติมเชื้อเพลิงของยานอวกาศที่เดินทางผ่านไปมาในภายหลังก็น่าจะทำได้

ทีมนักวิจัยคาดว่าเราน่าจะมีเทคโนโลยีเพียงพอจะทำตามความฝันนี้ได้ภายใน 20 ปีข้างหน้า และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาครั้งนี้ลงใน arxiv.org

เรียบเรียงโดย @MrVop