สถานีอวกาศนานาชาติที่โคจรรอบโลกมานานกว่า 21 ปี แน่นอนว่าต้องเก่าและทรุดโทรมลงตามอายุการใช้งาน ปัญหาหนึ่งที่เกิดมาตลอดคือการสูญเสียแรงดันซึ่งก็คือการเกิดรอยรั่วนั่นเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็จะมีการหารอยรั่วนั้นให้พบเพื่อซ่อมแซม รวมทั้งมีการเติมอากาศ (โดยมากเป็นไนโตรเจน) เพื่อให้แรงดันคงที่ที่ 1 atm อยู่เสมอ เพื่อให้นักบินอวกาศรู้สึกไม่ต่างจากการอาศัยอยู่บนโลก โดยอากาศที่เติมเข้าไปนั่นมาจากยานส่งเสบียงที่เดินทางไปปีละหลายรอบนั่นเอง

เมื่อวันที่19 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ทีการพบอาการสูญเสียแรงดันของสถานีอวกาศครั้งใหม่ โดยครั้งนี้แรงดันลดลงเพียงเล็กน้อยไม่อยู่มนขีดที่เป็นอันตราย แต่ก็จำเป็นต้องหาที่ของปัญหาให้พบ นั่นทำให้นักบินอวกาศซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คณะที่ 63 (expedition 63) ต้องย้ายที่นอนไปมาระหว่างที่ทางภาคพื้นดินสั่งปิดประตูระหว่างห้อง (โมดูล) ต่างๆเพื่อกวาดหาความผิดปกติของแรงดันอากาศไปทีละห้อง

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศ อันประกอบด้วยคริส แคสสิดีจากนาซา อีวาน วากเนอร์ และอนาโตลี ไอวานิชิน จากรอสคอสมอส ก็ถูกขอให้ย้ายมานอนค้างคืนในโมดูล Zvezda ซึ่งอยู่ในซีกฝั่งหลังของสถานีอวกาศ ซึ่งเป็นซีกของสถานีที่รับผิดชอบโดยรัสเซีย Russian Orbital Segment (ROS) ขณะที่ทางภาคพื้นดินสั่งปิดประตูทางเข้าฝั่งหน้าที่เป็นทางไปสู่ United States Orbital Segment(USOS) ที่รับผิดชอบโดยสหรัฐฯหลายโมดูลในซีกฝั่งหน้าเพื่อตรวจหารอยรั่วเป็นเวลา 3 วัน

ทางอีวาน วากเนอร์ ก็ได้ทวิตภาพความเป็นอยู่ของเขาและเพื่อนๆหลังถูกย้ายมาอยู่ในโซนที่มีพื้นที่น้อยลง (โมดูลในฝั่งรัสเซียเป็นโมดูลที่มีอายุมากที่สุดของสถานีอวกาศ) ว่าพวกเขาสบายดีแม้จะต้องอยู่ในที่แคบกว่าเดิม และก็ยังคงมีภารกิจต้องทำในแต่ละวันคือคำสั่งจากภาคพื้นดินให้ถ่ายภาพโลกของเราจากมุมสูงซึ่งสามารถทำได้ไม่ยากเนื่องจากซีก ROS นี้มีโมดูล Poisk ที่มีหน้าต่างหลายบานทำให้ถ่ายภาพได้ไม่ยาก

ประตูระหว่างซีก ROS และ USOS เปิดถึงกันในเช้าวันนี้หลังการตรวจหารอยรั่วซีกที่รับผิดชอบสหรัฐฯเสร็จสิ้นลง ผลการตรวจนี้ทางนาซาจะอัพเดทให้สาธารณชนทราบต่อไป

เรียบเรียงโดย @MrVop