ฮุนได มอร์เตอร์กรุ๊ป ของเกาหลีใต้ เปิดตัวรถยนต์คันแรกของบริษัทฯที่ติดตั้งระบบชาร์จไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคารถ

รถรุ่นนี้เป็นรถใช้พลังงานผสม คือใช้ได้ทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิลนั่นคือน้ำมันเบนซิน กับระบบขับเคลื่อนพลังไฟฟ้า ที่มีแบตเตอรีเป็นแหล่งจ่าย

แต่ที่พิเศษคือ Sonata Hybrid Solar Roof จะมีโครงสร้างของแผงโซล่าร์เซลติดตั้งอยู่บนหลังคารถ ซึ่งจะทำหน้าที่ในรับพลังงานจากแสงอาทิตย์แล้วสร้างกระแสไฟส่งไปช่วยชาร์จแบตเตอรี่ โดยสามารถชาร์จได้ตลอดเวลาที่มีแดด ทั้งขณะที่รถจอดอยู่ หรือในขณะที่รถเคลื่อนตัวอยู่ก็ได้

ที่สำคัญคือทางฮุไดเคลมว่า เทคโนโลยีนี้สามารถเก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่ของรถยนต์ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ และด้วยการชาร์จเฉลี่ยวันละ 6 ชั่วโมงก็จะ สามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้ปีละ 1,300 กิโลเมตร

หมายถึงเราจะได้ขับรถฟรีวันละ 3.5 กิโลเมตรหากจอดรถตากแดดไว้ 6 ชั่วโมงโดยไม่เปลืองไฟที่ไหนมาชาร์จเพิ่ม

เรื่องนี้ก่อให้เกิดข้อสงสัยขึ้นมา และทาง Jalopnik.com ก็ได้เข้าไปเจาะลึกถึงความจริงจากนั้นก็นำข้อมูลมาเปิดเผยเพิ่มเติม [ตามบทความนี้] โดยทาง Jalopnik พบว่าแบตเตอรีของฮุนไดรุ่นนี้มีขนาดเล็กมาก คือเพียง 1.49 kWh เท่านั้น การที่แผงโซลาร์เซลซึ่งให้พลังงานเพียงน้อยนิดสามารถชาร์จไฟได้ 894Wh หรือ 60% ของความจุแบตฯจากการจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเกือบทั้งวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ตัวเลขนี้ใช้กับแบตเตอรีรถไฟฟ้าอื่นไม่ได้ อย่างโตโยต้า พรีอุสไพร์ม ก็มีแบตใหญ่กว่าแล้ว คือ 8.8 kWh อย่าไปพูดถึงรถไฟฟาล้วนที่ไม่ใช่ไฮบิรดอย่าง  Tesla Model 3 ที่มีแบตขนาดใหญ่ถึง 50 kWh

โดยเฉพาะรุ่นแรกที่จะนำเข้าไปวางขายในอเมิรกา ซึ่งมีความเข้มแสงอาทิตย์ที่ 4.159 kWh/ตารางเมตร/วัน อาจไม่ได้ตามที่เคลมไว้เท่าไร (แดดเมืองไทยมีความเข้ม 4,500-5,500 kWh/ตารางเมตร/วัน น่าจะชาร์จรถรุ่นนี้ได้ไวกว่า)

อีกเรื่องคือการจอดรถกลางแดด 6 ชั่วโมงแลกกับระยะทาง 3.5 กิโลเมตรต่อวันที่ได้มาฟรีๆจากแสงอาทิตย์ ก็ต้องลองตัดสินใจว่าคุ้มค่ากับความเสื่อมของสีเคลือบรถยนต์ไหม เพราะระยะทาง 3.5 กม.ต่อวันที่ได้มาฟรีคงแทบใช้จริงไม่ได้ อย่างไรก็ต้องกลับไปจุดเดิมคือชาร์จด้วยไฟที่มาตามปลั๊กไฟอยู่ดี ส่วนไฟที่ได้ผลิตจากหลังคาโซลาร์อาจมองว่าเอาไปเติมพวกเครื่องเสียงหรือจอภาพต่างๆในรถก็คงพอได้

รุ่นนี้ไม่แน่ใจว่าจะเข้าไทยหรือไม่ คงต้องรอตามข่าวกันต่อไป

เรียบเรียงโดย @MrVop