เบาหวานชนิดที่ 1 คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปรกติ (ค่าปรกติ 70-110 มก./ดล.) อันเนื่องมาจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินขึ้นมาเองได้  ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงต้องเครียดการเจ็บตัวทุกวันจากการที่ต้องรับอินซูลินเข้าสู่ร่างกายด้วยการฉีด ในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยทุกคนก็คงไม่อยากฉีดยาอย่างแน่นอนหากยานั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายด้วยการรับประทานได้ แต่สำหรับอินซูลินนั้นกลับเป็นไปไม่ได้เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเราจะทำลายฮอร์โมนชนิดนี้จนหมดสิ้นหากรับประทานเข้าไปโดยวิธีปกติ

เพื่อเอาชนะความท้าทายนี้ ทีมนักวิจัยระดับนานาชาติจากสหรัฐอเมริกาเดนมาร์กและสวีเดนได้พัฒนาวิธีการใหม่ในการนำอินซูลินเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย นั่นก็คือ การ “ฉีดอินซูลิน ด้วยการรับประทาน” ซึ่งฟังดูแล้วขัดแย้งอย่างยิ่ง แต่กลับกลายเป็นวิธีที่ดูเหมือนจะได้ผลและผ่านการทดลองในสัตว์ใหญ่ (สุกร) มาแล้วเป็นอย่างดี

วิธีการ “ฉีดอินซูลิน ด้วยการรับประทาน” นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะกระดองของเต่าเสือดาวแอฟริกา ที่สามารถหมุนตัวกลับมาตั้งตั้งได้หากถูกจับพลิกหงายท้อง ทีมนักวิจัยออกแบบระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วที่มีรูปทรงด้านหนึ่งโค้งเหมือนกระดองเต่าเสือดาว อีกด้านเป็นเข็สฉีดยาขนาดเล็ก ระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วนี้จะถูกบรรจุไว้ในแคปซูลยาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลืนลงคอได้สะดวก

เมื่อแคปซูลตกถึงกระเพาะมันจะละลายหายไป จากนั้นระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วที่มีรูปร่างเหมือนเต่าจะกลิ้งออกมา (ดูคลิปด้านบน) เมื่อมันหันด้านเรียบเข้าหาเนื้อเยื่อกระเพาะแล้วมันก็จะฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายของผู้ปวยโดยอัตโนมัติ และเมื่อมันทำหน้าที่เสร็จก็จะหลุดออกจากการยึดเกาะ ไหลออกจากร่างกายผ่านทางลำไส้ปะปนออกมากับระบบขับถ่ายตามปกติ

ขณะที่ระบบฉีดยาจิ๋วกำลังทำงาน ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะผนังกระเพาะอาหารไม่มีประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ปลายเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วนี้ทำจากอินซูลินที่ถูกบีบอัดโดยใช้กระบวนการเดียวกับที่ใช้ในการสร้างยาเม็ด จากการทดลองล่าสุดยมันสามารถนำปริมาณอินซูลินเข้าสู่ร่างกายได้ 300 ไมโครกรัม ในระบบต้นแบบ ซึ่งทางทีมกำลังหาทางทำให้วิธีการนี้สำามารถนำอินซูลินสู่ร่างกายในปริมาณที่มากขึ้นอีก เป้าหมายที่ 5 มิลลิกรัมเพื่อให้พอใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย

ผลการวิจัยนี้ ตีพิมพ์ลงในวารสาร sciencemag.org

เรียบเรียงโดย @MrVop