จากปัญหาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่่ผานมา จนถึงเวลานี้  มหาสมุทรทั้ง 5 แห่งบนโลกต่างดูดซับความร้อนจากชั้นบรรยากาศไว้เกือบเต็มพิกัดแล้ว นั่นคือที่ประมาณ 93% และจะไม่เย็นตัวลงง่าย ๆ แม้มนุษย์จะสามารถหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ทันทีในวันนี้ ค่าปริมาณความร้อนในมหาสมุทรหรือ Oean Heat Content (OHC) ก็จะไม่ลดลงจนผ่านไปอีกระยะเวลาหนึ่ง

ปรากฏการณ์ที่น้ำทะเลขยายตัวเนื่องมาจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น (Thermal expansion) จะก่อให้เกิดสภาพน้ำทะเลเพิ่มสูงในความเร็วที่มากขึ้นจากที่คำนวนไว้ก่อนหน้านี้มาก

การศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่ในวารสาร Science ชี้ให้เห็นว่า ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นไปถึงราว 30 เซ็นติเมตรก่อนสิ้นศตวรรษนี้หรือปี 2100

นายซีค เฮาส์ฟาเธอร์ หนึ่งในทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ของสหรัฐฯ บอกว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยในปี 2018 ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นปีที่มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติมา

เมื่อ 5 วันก่อน มีงานศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร PNAS  ซึ่งเป็นผลงานของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ ประมาณการระดับอุณหภูมิของมหาสมุทรตลอดช่วง 150 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าน้ำทะเลร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำนวนเป็นพลังงานออกมาได้เป็นปริมาณที่สูงกว่าประชากรทั้งโลกใช้ไปในเวลา 1 ปีถึง 1,000 เท่า นั่นถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

ทุกวันนี้แนวปะการังเกิดการฟอกขาวและล้มตายลงเป็นบริเวณกว้างจากน้ำทะลที่ร้อนขึ้น ระดับที่เพิ่มสูงของน้ำทะเลเริ่มท่วมประเทศที่มีพิ้นต่ำอย่างหมู่เกาะต่างๆในเปซิฟิกใต้เช่นวานูอาตู น้ำทะเลร้อนยังก่อปัญหาให้เกิดพายุหมุนเขตร้อนที่มีระดับรุนแรงได้ง่ายขึ้นและสุดท้ายในชั่วอายุต่อไประดับน้ำทะเลที่เพิ่มไม่หยุดก็จะเข้าท่วมเมืองชายฝั่งทั่วโลก

ทั้งหมดทั้งมวล มนุษย์จะต้องรับผลที่กระทำกับโลกใบนี้เอาไว้เอง

เครดิตภาพ TheDailyConversation

เรียบเรียงโดย @MrVop;