Raspberry Pi ออกบอร์ดรุ่นใหม่ Raspberry Pi 2 Model B เมื่อสองสามวันก่อน เพื่อนๆหลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมบรรดา Maker ถึงได้ตื่นเต้นกันนัก มันมีอะไรดี วันนี้จะมาสาธยายให้ฟัง

ประการแรกคือมี OS ใหญ๋ 2 เจ้าที่ประกาศเอา OS ของตัวเองมาวิ่งบนบอร์ดตัวนี้ คือ Ubuntu กับ Windows 10 … แล้วไง?

การที่รัน Ubuntu กับ Windows 10 ได้ แม้ว่าจะตื่นเต้น แต่มีปัจจัยที่สำคัญอื่นๆอีก อย่างแรกคือ บอร์ดนี้มันถูกมาก (ราคา 35 เหรียญ พันกว่าบาทหน่อยๆ) และมันไม่เหมือนกับ PC มันเป็น embedded computer ที่มี IO ติดต่อกับ hardware ภายนอกได้สะดวก กินไฟต่ำ ขนาดเล็ก ทำให้มันสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายขึ้น อันนี้แหละครับที่สำคัญ

เพราะมันจะทำให้เกิด Use case ใหม่ๆมากมาย คือนำเอาเครื่องนี้ไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายขึ้น ใน PC นั้น โปรแกรมส่วนใหญ่ติดต่อกับฮาร์ดแวร์ได้ไม่กี่อย่าง คีย์บอร์ด เม้าส์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น จะติดต่ออย่างอื่น ก็ต้องเขียน driver USB วุ่นวาย, serial port, parallel port ก็หายไปหมดแล้ว…

แต่ในเครื่องแบบ Raspberry PI นั้น เราสามารถเขียนโปรแกรมติดต่อกับฮาร์ดแวร์ภายนอกได้มากมาย ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้ใหม่ๆได้เยอะ Home Automation, Drone, Robot, Car Automation, เรื่อยไปจนถึงการใช้ควบคุมอุปกรณ์ในการเกษตร, โรงงาน, สำนักงาน ฯลฯ

ก็อย่างที่ผมเขียนไปเมื่อหลายวันก่อน โลกของ ฮาร์ดแวร์ ผสม ซอฟต์แวร์ กำลังจะเกิดขึ้น แถมไม่พอ ยังมีกระบวนการผลิตสมัยใหม่ ที่ทำการผลิตสินค้าจำนวนน้อยชิ้นได้ เนื่องจากมี 3D printer ที่มีประสิทธิภาพ และราคาถูก ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจะเกิดขึ้นอย่างมากมาย

Windows นั้น โดนกินส่วนแบ่งใน PC ไป และ PC ก็ถูกกินส่วนแบ่งจาก smart device อีกที ทำให้การใช้งาน Windows นั้น ลดน้อยลงไปมาก การที่ Microsoft ตัดสินใจทำ version ARM และดำเนินการตลาดที่สำคัญในการเข้าร่วมกับ Raspberry Pi เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะจะทำให้ Microsoft มีที่ยืนในตลาดนี้ทันที

ตอนแรกคิดว่าจะไปตกลงปลงใจกับ Intel เพื่อร่วมกันครองโลกด้วย Wintel อีกรอบ ซึ่งอาจจะไม่สำเร็จ เพราะ Intel IoT platform อย่าง Edison ดูเหมือนจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่ากับฝั่งของ Raspberry Pi ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Microsoft

แต่คงต้องดูกันยาว… Linux ยังได้เปรียบมากอยู่ในด้านที่มี software Open Source ให้ต่อยอดได้มากกว่า ผมหากินกับ Windows DDK มานาน ในสมัยที่ทำระบบภาษาไทย … รู้ดีถึงความเจ็บปวดในการทำ device driver ของ Windows… ไม่รู้ว่าสมัยนี้ดีขึ้นหรือไม่ แต่ไม่อยากลองอีกแล้ว… หมูมันกลัวน้ำร้อนน่ะ