มนุษย์เรานั้นกินอาการวันละไม่น้อยกว่า 3 มื้อ ดังนั้นมื้อพิเศษจริงๆ อาจเป็นดินเนอร์กับคนสำคัญ จึงไม่ได้มีทุกวัน แต่สำหรับเพื่อร่วมโลกอย่างเช่นเหล่าสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะกับงูหลาม มื้ออาหารธรรมดาเพื่อประทังชีวิตของมันแต่ละมื้อกว่าจะได้กินก็ปาเข้าไปหลายวัน อาจนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

เราพูดถึงงูหลามเพราะเป็นงูใหญ่ไร้พิษที่มีอุปสัยเชื่องกับมนุษย์ไม่ดุร้ายเหมือนงูเหลือม จึงกลายมาเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย งูหลามจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพุทธศักราช 2535 ห้ามครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามฆ่าหรือทำทารุณกรรม

นักวิทยาศาสตร์ติดตั้งเครื่องมือเพื่อศึกษาการกินอาหารของงูหลาม พบกว่าหากอาหารหาง่าย งูหลามมักจะกินสัตว์ขนาดเล็กที่ล่าได้ง่ายและพยายามอยู่ห่างจากแวดวงของมนุษย์ แต่งูหลามในบางประเทศเช่นในอเมริกา เมื่อยามจำเป็นและสัตว์ขนาดเล็กหาได้ยาก งูหลามอาจกินสัตว์ขนาดใหญ่กว่าตัวมันบางครั้งกว้าง 4-5 เท่าของหัวมันเข้าไปได้ โดยการแยกกระดูกขากรรไกรออกจากกัน และพบว่ามันสามารถกินจระเข้เข้าไปทั้งตัว

ขณะที่งูหลามกินจระเข้ ร่างกายของงูจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กระเพาะอาหารผลิตกรดไฮโดรคลอริกจำนวนมากทำให้สภาพความเป็นกรดด่างลดจากสภาพปกติคือ pH=7.5 เป็น pH=2 จากนั้น อัตราการเผาผลาญของเซลงูหลามเพิ่มขึ้นอย่างมากภายใน 48 ชั่วโมงแรก และจะไม่กลับสู่อัตราปกติจนกว่าการย่อยอาหารจะเสร็จสิ้น ยิ่งขนาดของอาหารยิ่งใหญ่การเผาผลาญของงูก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น พบว่าถ้างูหลามกินอาหารที่หนักเท่ากับน้ำหนักตัวมันเอง การเผาผลาญของงูจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราปกติถึง 44 เท่า

กล้ามเนื้อหัวใจของงูหลามในขณะที่กำลังย่อยอาหารก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย โดยมีมวลเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงสองวัน นอกจากหัวใจ อวัยวะอื่นเช่นตับอ่อน ตับ และไตของงูก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ เซลย่อยอาหารในลำไส้เล็กก็เพิ่มจำนวนขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายงูหลามจะค่อยๆกลับสู่สภาพปกติหลังเวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์เมื่ออาหารย่อยหมดแล้ว

ทีมวิจัยหวังนำความรู้นี้ไปต่อยอดเพื่อบำบัดอาหารหัวใจโตในมนุษย์

ที่มาและเครดิตภาพ https://www.sciencenews.org/blog/wild-things/python-every-meal-thanksgiving

เรียบเรียงโดย @MrVop