รอบๆกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามี “สายธารดารา” หรือ Stellar stream โคจรอยู่หลายสาย และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดร. แอนา โบนาคา นักวิจัยจากศูนย์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนเพื่อฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (CfA) ของสหรัฐฯ ได้นำเสนอการค้นพบที่น่าแปลกใจว่าสายธารดาราที่ยาวที่สุดชื่อ GD-1 ได้ถูกวัตถุลึกลับขนาดมหึมา พุงทะลุจนเป็นรูเหมือนถูกกระสุนปืนยักษ์ยิงใส่

การค้นพบ “รูกรสุน” ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ ดร. แอนา โบนาคาใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศกายอา (GAIA) ทำแผนที่กาแล็กซีทางช้างเผือก และพบว่ามีรูโหว่ หรืออาจเรียกว่าช่องกว้าง ตัดผ่านสายธารดารา GD-1 จนทะลุ แต่ไม่อาจระบุลงไปได้ว่า เจ้าวัตถุอวกาศลึกลับนี้คืออะไรกันแน่ เพราะส่องไม่พบหลักฐานที่หลงเหลือไม่ว่าจะเป็นวัตถุส่องสว่างหรือวัตถุที่สะท้อนแสงใดๆให้กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับได้ เมื่อส่องตามแนววิธีของ “รูกระสุน”ดังกล่าว

ในเบื้องต้นมีการตั้งข้อสันนิษฐานไว้หลายกรณี เช่นอาจเป็นดาวฤกษ์ยักษ์เร่ร่อน แต่ดาวประเภทนี้ก็มีขนาดไม่ใหญ่และมวลไม่มากพอที่จะเจาะรูสายธารดาราได้แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต้องการพลังของวัตถุที่ต้องมีมวลมหาศาลนับล้านเท่าของดวงอาทิตย์เท่านั้น จึงมองต่อไปยังหลุมดำมวลยวดยิ่ง แต่ก็ไม่น่าใช้เพราะหลุมดำยักษ์ประเภทที่ว่ามักจะมีอยู่ตามใจกลางของกาแล็กซีเท่านั้น ไม่พบแบบที่ท่องเที่ยวเร่ร่อนไปเรื่อยๆ

ข้อสันนิษฐานสุดท้ายคือมันน่าจะเป็น สสารมืด (Dark matter) ซึ่งมีคุณสมบัติตรงกันพอดี
คือมีมวลมหาศาลและไม่สามารถจะมองเห็นได้ ไม่ตอบสนองหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิด แต่สสารมืดยังเป็นสิ่งลึกลับที่ไม่มีการยืนยันการค้นพบที่แน่นอน มีเพียงทฤษฎีว่าสสารมืดและพลังงานมืด คือองค์ประกอบส่วนใหญ่ถึง 95% ของจักรวาล รวมทั้งยังไม่เคยมีหลักฐานว่าสสารมืดจะเคลื่อนที่ไหนได้ ดังนั้น “ผู้ต้องหา” ที่เป็นก้อนมวลมหาศาลเที่ยวไปเจาะทะลุกลุ่มดาวแบบนี้ ก็อาจยังคงเป็นปริศนาต่อไป

อ้างอิง https://www.livescience.com/65483-dark-impactor-could-be-dark-matter.html
เรียบเรียงโดย @MrVop