“หิมะสีชมพู” บริเวณธารน้ำแข็งเปรเซนา (Presena glacier) ที่เทือกเขาแอลป์ในเขตประเทศอิตาลี กำลังเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์

หิมะสีชมพูนี้มีหลายชื่อเรียก ได้แก่หิมะสีแตงโม (watermelon snow) หิมะสีชมพู (pink snow) หิมะสีแดง (red snow) ไปจนถึง หิมะสีเลือด (blood snow)

ถึงจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจและดูสวยงาม แต่ลึกๆลงไปหิมะนี้กลับส่งผลไม่ดีแก่สภาวะโลกร้อน

สีชมพูที่เห็นบนหิมะนี้ เกิดขึ้นจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า Chlamydomonas nivalis ซึ่งเป็นสาร่ายที่เจริญเติบโตได้ในอากาศเย็นจัด สาหร่ายนี้มีรสขมเล็กน้อยและไม่สงผลเสียต่อหิมะโดยตรง แต่ปัญหาก็อยู่ที่สีของหิมะที่เปลี่ยนไปนี่แหละ

หิมะที่มีสีเข้มขึ้นนี้ ทำให้ผิวหิมะที่สะสมตัวเหนือธารน้ำแข็งเกิดความสูญเสียความสามารถในการสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ออกสู่อวกาศ และก่อให้เกิดสิ่งตรงข้าม นั่นคือมันจะดูดซับความร้อนเอาไว้มากขึ้นจนทำให้หิมะที่มันอาศัยอยู่เกิดการละลายเร็วขึ้น จังหวะที่หิมะละลายก็จะเกิดน้ำที่ไปทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายมากขึ้น กลายเป็นวงจรที่สร้างผลเสียต่อธารน้ำแข็งไปทั่วบริเวณที่กว้างใหญ่ของเทือกเขาแอล์ป

เวลานี้ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังละลายด้วยสาเหตุแตกต่างกันไป ที่น่าห่วงคือธารน้ำแข็งเดนแมนในทวีปแอนตาร์กติกาที่ละลายจากกระแสน้ำที่อุ่นขึ้น มีรายงานว่าธารน้ำแข็งที่ยาวไปทางทิศตะวันออกของทวีปราว 20 กิโลเมตรได้หดหายไปถึง 5 กิโลเมตรช่วงระหว่างระหว่างปี 1996 ถึง 2018 ประมาณการว่าหากธานน้ำแข็งเดนแมนนี้ละลายลงสู่มหาสมุทรจนหมด จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นถึงราว 1.5 เมตร

ที่มา https://www.livescience.com/presena-glacier-pink-ice.html

เรียบเรียงโดย @MrVop