รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีนี้ ( 2019) มอบแก่ 3 นักวิทยาศาสตร์ผู้มีผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยาเชิงกายภาพ (Physical Cosmology) และการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) 

เจมส์ พีเบิลส์ ( James Peebles ) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ  ได้รับรางวัลครึ่งหนึ่ง ในสาขาจักรวาลวิทยาเชิงกายภาพ ที่ท่านได้ทุ่มเทศึกษาเป็นเวลายาวนานตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานเด่นๆ คือ การทำนายถึงการมีอยู่ของรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล หรือ cosmic microwave background (CMB) ซึ่งเป็นแสงสว่างจาง ๆ หลังเหตุการณ์บิ๊กแบงที่หลงเหลืออยู่ ช่วยในการพัฒนาแบบจำลองของการกำเนิดเอกภพ รวมทั้งความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ สสารมืด (dark matter) รวมถึงพลังงานมืด (dark energy) 

(จากซ้ายไปขวา) ศ. เจมส์ พีเบิลส์, ศ. ดิดีเยร์ เกโลซ และศ. มิเชล มายอร์

รางวัลอีกครึ่ง คือ 9 ล้านโครน (ราว 28 ล้านบาท)  แบ่งกัน 2 ท่าน ได้แก่ ศ. ดิดีเยร์ เกโลซ ( Didier Queloz ) และศ. มิเชล มายอร์ (Michel Mayor) จากมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่โคจรอบดาวฤกษ์ในแถบลำดับหลักในกลุ่มดาวเพกาซัส (ม้าบิน) เมื่อปี 1995 ทำให้เกิดกระแสการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบอย่างจริงจังนับแต่นั้นมาจนพบมากเกิน 4,118 ดวงแล้วขณะที่มีการมอบรางวัลโนเบลนี้

อนึ่ง ดาวเคราะห์นอกระบบดวงแรกพบก่อนหน้านั้น 3 ปีคือในปี 1992 แต่เป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบพัลซาร์ ( PSR B1257+12 ) ไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ในแถบลำกับหลัก (แบบดวงอาทิตย์ของเรา)

เรียบเรียงโดย @MrVop