ช่วงวันที่ 11-13 สิงหาคม ของทุกปี  บนฟากฟ้าทั่วโลกจะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่หลายคนรอคอย เนื่องจากมีจำนวนดวงต่อชั่วโมงค่อนข้างมาก และตรงกับฤดูร้อนในหลายประเทศของซีกโลกเหนือที่ท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใส ส่วนในประเทศไทยเราจะตรงกับช่วงของวันแม่ปรากฏการณ์นี้จึงได้ชื่อเรียกว่า “ฝนดาวตกวันแม่”

ที่มา

ดาวตก คือก้อนหินอวกาศที่หลุดเข้ามาในบรรยากาศโลก แล้วเสียดสีกับชั้นบรรยากาศก่อเกิดความร้อนลุกไหม้กลายเป็นลูกไฟเป็นเส้นยาวสว่างวาบบนฟ้า ถ้ามีดาวตกเป็นจำนวนมากมายหลายดวงในคืนเดียว เราก็จะเรียปรากฏการณ์นี้กว่า ฝนดาวตก นั่นคือเปรียบได้ว่ามีดาวตกมากจนคล้ายฝนตก

ฝนดาวตกเกิดจากการที่โลกโคจรตัดผ่านเส้นทางเก่าๆของดาวหางดวงใดดวงหนึ่ง เศษหิน เศษน้ำแข็ง เศษฝุ่นผง ที่ดาวหางทิ้งไว้ตามทาง จะถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดเข้ามาลุกไหม้พร้อมๆกันหลายๆจุดบนท้องฟ้า จนดูเหมือนมีดาวตกพร้อมกันคล้ายฝน

ทำไมถึงตกในวันเดียวกันของทุกปี

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลาเกือบตายตัวทุกปี ดาวหางก็โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลาเกือบตายตัวทุกปีเช่นเดียวกัน ดังนั้น วันที่โลกจะตัดผ่านเศษซากของดาวหางตามเส้นทางเดิม ก็เลยเกิดซ้ำๆในวันเดียวกันของทุกปีเช่นเดียวกัน

ฝนดาวตกวันแม่  แท้จริงคือปรากฏการณ์ที่โลกของเรากำลังเคลื่อนผ่านเส้นทางที่ดาวหาง 109พี สวิฟต์ ทัทเทิล (109P Swift–Tuttle) เคยโคจรผ่านไปแล้วทิ้งร่องรอยของฝุ่นหินและน้ำแข็งไว้ และโลกเราจะโคจรมาถึงจุดนี้เวลาเดิมๆของทุกปีคือช่วง 11-13 สิงหาคม

การตั้งชื่อ

ชื่อของฝนดาวตกวันแม่ สากลเรียกว่า เพอซิอิดส์ – Persiids  จะเห็นว่าเราไม่ได้ตั้งชื่อฝนดาวตกตามตามชื่อดาวหางที่ผลิตฝุ่นหินต้นกำเนิด แต่เราตั้งชื่อฝนดาวตกตามชื่อของหมู่ดาวฉากหลังที่เป็นตำแหน่งศูนย์กลางของการปรากฏของฝนดาวตกนั้นๆบนฟากฟ้า แล้วเติมหรือเปลี่ยนคำต่อท้ายชื่อหมู่ดาวด้วยคำว่า “id” หรือ อิด

เช่น ฝนดาวตกที่มาช่วง 17-19 พฤศจิกายน จะมีฉากหลังเป็นกลุ่มดาวสิงโต หรือ เลโอ เราก็เลยเรียกมันว่า เลโอนิด  ฝนดาวตกที่มาช่วง 14-15 ธันวาคม จะมีฉากหลังเป็นกลุ่มดาวคนคู่ หรือ เจมินาย เราก็เลยเรียกมันว่า เจมินิด

และ ฝนดาวตกวันแม่ มีฉากหลังเป็นกลุ่มดาวเพอซิอุส เราก็เลยเรียกมันว่า เพอซิอิด นั่นเอง

การชม

ปรากฏการ์ฝนดาวตกต้องชมในที่ไม่มีเมฆบัง มืดสนิท ห่างตัวเมือง ไม่ให้แสงเมืองรบกวน ถามว่าห่างแค่ไหนถึงพอ คำตอบคือเราต้องไปในที่ๆมืดจนเห็นดาวดวงจิ๋วๆกระพริบเต็มฟ้าถึงจะเหมาะสม ยิ่งเห็นดาวมากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นในดาวตกง่ายเท่านั้น

ฝนดาวตกวันแม่ปี 2562 นี้จะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม โดยมองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือค่อนไปทางเหนือ ปีนี้มีแสงจันทร์รบกวน ดังนั้นเวลาที่เหมาะคือช่วงตีสามกว่าใกล้ตีสี่ นั่นคือพระจันทร์ใกล้ลับขอบฟ้า ไปจนถึงใกล้รุ่งช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แนะนำให้ วิธีดูถ้าเป็นไปได้ให้นอนดู อย่านั่งดู เพราะอาจรอนานจนเมื่อยคอ และควรไปดูหลายคนโดยอาจจับกลุ่มนอนเอาหัวชนกันกลุ่มละ 4 คน หันเท้าไปทางทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เพื่อให้มองเห็นครอบคลุมทั่วบริเวณท้องฟ้า เมื่อใครเห็นฝนดาวตกก่อนจะได้บอกเพื่อน และหากตกหลายดวงแล้วลองลากเส้นกลับไป จะพบว่ามันตกลงมาจุดเดียวกันบนฟ้า ที่กลุ่มดาวเพอร์ซิอิดส์ เราเรียกจุดศูนย์กลางที่ฝนดาวตกปรากฏออกมาว่า “เรเดียนท์” ซึ่งในภาพประกอบบทความนี้คือกลุ้มดาวเพอซิอัสที่กลางภาพ ในภาพเป็นการจำลองท้องฟ้าเวลาตีสี่ในกรุงเทพฯ ซึ่งความจริงจะมองไม่เห็นเพราะแสงเมืองบดบัง

เรียบเรียงโดย @MrVop