เมื่อ 13:00 ตามเวลาในประเทศไทยขอวันที่ 28 ม.ค.62 ที่ผ่านมา ยานอวกาศ “ปาร์คเกอร์ โซลาร์ โพรบ” ได้โคจรมาถึงจุด Aphelion หรือจุดที่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดของวงโคจรรอบแรก (จุดสีเขียวในภาพประกอบด้านล่าง) จากภารกิจทั้งหมด 24 รอบ จากนี้ไปปาร์คเกอร์ก็จะเข้าสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบใหม่ นั่นคือรอบที่ 2 (เส้นสีแดงในภาพประกอบด้านล่าง) และจะเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดใน 7 ปีข้างหน้า

ในวงโคจรรอบที่ 2 นี้ ยานอวกาศ “ปาร์คเกอร์ โซลาร์ โพรบ” จะเดินทางไปถึงจุด Perihelion หรือจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดขอวงโคจรในวันที่ 4 เม.ย.62 ที่ระยะ 24 ล้านกิโลเมตร

จนถึงวันนี้ ยานอวกาศ “ปาร์คเกอร์” ได้ส่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวน 17 กิกะบิทที่ได้จากการโคจรรอบแรกกลับมาถึงโลกแล้ว แต่กว่าจะส่งข้อมูลทั้งหมดจนครบก็ต้องใช้เวลาจนล่วงเข้าเดือนเม.ย.เป็นอย่างน้อย

หลังยานผ่านการโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกที่สุดครบรอบแรก Andy Driesman ผู้จัดการโครงการของ “ปาร์คเกอร์ โซลาร์ โพรบ” จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกินส์ สรุปภารกิจว่า “ทางเราได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบดวงอาทิตย์ที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน และเราก็ภูมิใจที่ยานสามารถรอดและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆมาด้วยดี นั่นหมายถึงการคาดการณ์ของทีมงานนั้นแม่นยำมากในการรับมือสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น”

ยานอวกาศ “ปาร์คเกอร์” เวลานี้ครองตำแหน่งยานอวกาศที่เดินทางด้วยความเร็วสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังคงเดินทางเร็วขึ้นเรื่อยๆจากแรงเหวี่ยงรอบดวงอาทิตย์ ยานมีกำหนดจะเข้าไปถึงจุดที่ใกล้ที่สุดที่จะเข้าไป “แตะ” ดวงอาทิตย์ คือที่ระยะ 6.12 ล้าน กม. จากผิวดวงอาทิตย์ ในการโคจรรอบสุดท้าย และทั้งหมดนี้ก็เพื่อหาคำตอบที่สำคัญที่สุด นั่นคือ
ทำไมบรรยากาศของดวงอาทิตย์โคโรนาซึ่งห่างดวงอาทิตย์ออกมามาก จึงร้อนกว่าพื้นผิวของดวงอาทิตย์หลายเท่า

เรียบเรียงโดย @MrVop