วันนี้ โลกได้รู้จักกับ SARS-CoV-2​ ไวรัสต้นเหตุ​ของ​โรค​ COVID-19​ ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว​ไปทุกประเทศจนมีผู้ติดเชื้อเกือบร้อยล้านคน ไวรัสนี้มีต้นทางจากค้างคาวที่ถึงแม้จะแพร่ได้เร็วแต่มีอัตราการเสียชีวิต​ไม่มาก ต่างจาก ไวรัสนิปาห์ (Nipah) ที่มีต้นทางจากค้างคาว​เช่นเดียวกัน ไวรัสนี้มีความสามารถ​ในการแพร่ระบาด​ต่ำกว่าแต่กลับมีอัตราการเสียชีวิต​สูงกว่ามากจนน่าตกใจ

ไวรัสนิปาห์ เป็นไวรัส ชนิด RNA ในสกุล Henipaviruses วงศ์ Paramyxovidae มีต้นกำเนิดในค้างคาวผลไม้ สามารถระบาดไปสู่และแพร่ระบาดระหว่าง​สัตว์​ด้วย​กันเช่นสุกร สุนัข แพะ แมว ม้า แกะ ระบาดจากสัตว์​สู่มนุษย์​ผ่านทางสารคัดหลั่งเช่นน้ำลายหรือมูลค้างคาว​ และล่าสุดพบว่ามีการระบาดระหว่างมนุษย์​ด้วยกันเองอีกด้วย

เส้นทางการแพร่ระบาด

  • พ.ศ. 2541 พบครั้งแรกในประเทศมาเลเซียเดือนกันยายน เกิดการติดเชื้อผ่านทางสุกรสู่มนุษย์​ มีผู้ป่วยอาการไข้สมองอักเสบทั้งหมด 265 ราย เสียชีวิต 105 ราย
  • พ.ศ. 2542 พบผู้ป่วยที่ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย​ จากการสัมผัสสุกรซึ่งนำเข้าจากมาเลเซีย
  • พ.ศ. 2544 พบการระบาดในเมืองสิริกุรี ตอนเหนือของประเทศอินเดีย ผู้ป่วยจำนวน 66 ราย เสียชีวิต 45 ราย
  • พ.ศ. 2544-2555 เริ่มระบาดระหว่าง​มนุษย์​ด้วยกันในประเทศอินเดียและบังคลาเทศ จากการบริโภคน้ำจากผลอินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลายของค้างคาวผลไม้ ผู้ป่วย 214 ราย เสียชีวิต 166 ราย ​
  • พ.ศ. 2557 มีการระบาดในประเทศฟิลิปปินส์ โดยพบผู้ป่วยจำนวน 17 ราย และพบม้าเสียชีวิตจำนวนมาก
  • พ.ศ. 2561 พบการ​ระบาด​ในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย มีรายงานผู้ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว 12 ราย โดยเป็นพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย 1 ราย

เมื่อเกิดการติดเชื้อ​ในมนุษย์​ ไวรัสนี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 4-60 วัน โดยผู้ติดเชื้อ​ร้อยละ 90 จะเริ่มแสดงอาการภายใน 14 วัน การตรวจวินิจฉัยโรคนี้ทำได้ยาก ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สมองอักเสบเป็นหลัก และอาจรุนแรงจนเสียชีวิต​ อัตราการเสียชีวิตของโรคที่เกิดจากไวรัสนิปาห์นี้สูงมากถึง 75% และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ไม่มียารักษา​ การรักษาเป็นเพียงการประคับประคอง​ตามอาการ

องค์การอนามัยโลกจัดให้ไวรัสนิปาห์อยู่ใน 10 อันดับแรกของโรคที่อาจมีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในอนาคต