4,000 ปีที่แล้ว คือยุคหินใหม่ (Neolithic) มนุษย์เปลี่ยนแปลงชีวิตตามความเป็นอยู่จากกรอยู่อาศัยตามถ้ำตามเนินเขาลงมาอยู่ที่ราบใกล้แหล่งน้ำ มีความสามารถในการสร้างบ้านเรือนอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เริ่มทำการเกษตร ปศุสัตว์จำพวกแพะ แกะ ไม่ต้องออกล่าสัตว์เป็นประจำอีกต่อไป และเมื่อมีผลิตผลเหลือก็นำมาแลกเปลี่ยนค้าขาย จัดเป็นการปฏิวัติครั้งแรกของมนุษย์ ที่ประสบความสำเร็จขั้นต้นในการปรับตัวให้เข้ากับข้อจำกัดของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องร่อนเร่ย้ายถิ่น และยุคนี้เอง ที่สุนัขเริ่มเข้ามามีบทบาทคเป็นอย่างมากกับมนุษย์ เป็นผู้ช่วยดูแลฝูงปศุสัตว์ เฝ้าบ้าน และอารักขาสมาชิกในครอบครัว ถึงกระทั่งเป็นเพื่อนแก้เหงา

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์ขุดพบกะโหลกสุนัขยุคหินใหม่ในบริเวณ “คูวีน ฮิลล์” (Cuween Hill) หลุมฝังศพโบราณที่ขึ้นมาจากสร้างจากกองหินขนาดใหญ่ บริเวณหมู่เกาะออร์กนีย์ ทางเหนือของสกอตแลนด์ จึงได้ให้ทางศิลปินด้านนิติวิทยาศาสตร์สร้างแบบจำลองสามมิติหัวสุนัขนี้ขึ้นมาจากกระโหลกนั้น มีการแต่งเติมส่วนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และเส้นขนให้ดูเหมือนจริง กลายเป็นแบบจำลองหัวสุนัขโบราณที่สมบูรณ์และถือเป็นครั้งแรกที่มีการทำงานในลักษณะนี้

สุนัขตัวนี้มีขนาดประมาณสุนัขพันธุ์คอลลีตัวใหญ่ และมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายหมาป่าสีเทายุโรป ถูกฝังร่วมอยู่กับหลุมศพมนุษย์ในสุสานโบราณ แสดงถึงความผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับผู้คนในยุคนั้น มนุษย์และสุนัขบนหมู่เกาะออร์กนีย์ได้อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างยาวนานต่อมาอีกกว่า 5,500 ปี จนหมู่เกาะนี้ถูกชาวนอร์สรุกรานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของนอร์เวย์ในปี ค.ศ. 875

ทุกวันนี้สุนัขก็ยังคงทำหน้าที่ดั้งเดิมแม้เวลาผ่านไปนานเพียงใด

เรียบเรียงโดย @MrVop