องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ประกาศเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.62) ว่าจะอนุญาตให้ใช้งานสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ในเชิงพาณิชย์ปีหน้า เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเอกชน นักวิทย๋ศาสตร์ทั่วไป รวมถึงให้สามารถให้มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปใช้งานได้ในปีหน้าตามข้อกำหนดที่วางไว้

ก่อนหน้านี้ สถานีอวกาศนานาชาติซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันของนานาชาติ ได้เคยโอกาสต้อนรับกท่องเที่ยวเอกชนที่ควักกระเป๋าจ่ายค่าเดินทางเป็นคนแรกของโลกนั่นคือ เดนนิส ติโต (Dennis Tito) ในปี 2544 โดยในครั้งนั้น ติโตเดินทางไปกับยาน โซยุส ทีเอ็ม-32 (Soyuz TM-32) ของรัสเซียพร้อมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียอีก 2 คน ติโตใช้เวลาอยู่ในอวกาศนาน 7 วัน 22 ชั่วโมง กับอีก 4 นาที โดยได้โคจรรอบโลก 28 รอบ ก่อนจะกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2544 ติโตต้องจ่ายเงินไปกับการท่องอวกาศครั้งนี้จำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากนั้นสถานีอวกาศก็ได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวเอกชนที่ควักกระเป๋าจ่ายเองอีกหลายรายหลังจากติโต้ โดยรายที่ 2 คือ Mark Shuttleworth เมื่อเดือนเมษายน 2545 รายที่ 3 คือ Gregory Olsenในเดือนตุลาคม  2548 ทั้ง 2 รายเดินไปด้วยกระสวยอวกาศอเมริกัน แต่หลังจากกระสวยโคลัมเบียระเบิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 การเดินทางจากนี้ไปต้องผ่านทางยานโซยุสของรัสเซียเท่านั้น โดยรายที่ 4 เป็นผู้หญิง คือ Anousheh Ansari ในเดือนกันยายน 2549 รายที่ 5 คือ  Charles Simonyi ในเดือนเมษายนปี 2550 (รายนี้เป็นคนแรกของโลกที่ไปซ้ำอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2552 รายที่ 6 คือ Richard Garriott ในเดือนตุลาคม ปี 2551 และรายที่ 7 ซึ่งเป็นรายล่าสุดคือ Guy Laliberté  ในเดือนกันยายน 2552

ในปีหน้าที่จะถึงนี้ การไปท่องเที่ยวสถานรอวกาศนานาชาติจะดำเนินการผ่านทางบริษัทสัญชาติอเมริกันอีกครั้ง หลัง NASA หมดสัญญากัยทางรัสเซีย นั่นคือหากใครประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวสถานีอวกาศนานาชาติจากนี้ไปต้องโดยสารไปกับยาน CST-100 สุตาร์ไลเนอร์ของบริษัทโบอิ้ง และยานโดยสารดรากอนของบริษัทสเปซเอ็กซ์ แทนยานโซยุสของรัสเซีย ในสนนราคา 58 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,800 ล้านบาทต่อ 1 ที่นั่ง โดยทาง NASA จะอนุญาตให้บินปีละ 2 เที่ยวบิน นอกจากนี้ยังต้องจ่ายค่าใช้งานสถานีอวกาศนานาชาติตามจำนวนวันที่ต้องการจะอยู่อาศัยบนนั้น ทั้งนี้นักท่องเที่ยวอวกาศทั้งหลายต้องมีร่างกายแข็งรายผ่านกำหนดทางการแพทย์ตามกฏที่ NASA วางไว้เท่านั้น

นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีบริษัทเอกชนอีกมากมายที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต่างก็ต้องการใช้งานสถานีอวกาศนานาชาติตามจุดประสงค์ของตน ซึ่งทั้งหมดก็ต้องจ่ายเงินให้กับทาง NASA ซึ่งทาง NASA ก็จะนำเงินที่ได้เป็นทุนในโครงการอาร์เทมิสของตนในปี 2567 ในการส่งมนุษย์อวกาศอเมริกันไปลงดวงจันทร์ต่อไป

เรียบเรียงโดย @MrVop