อุปกรณ์ตรวจจับบนยานแลนเดอร์ Insight ของ NASA ซึ่งเป็นยานสำรวจทางธรณีวิทยา สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวจำนวนถึง 450 ครั้ง นับตั้งแต่ยานลำนี้ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

แต่หากนับเฉพาะช่วง 10 เดือนแรกที่อุปกรณ์ของยาน Insight ตรวจพบแผ่นดินไหว 176 ครั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นแผ่นดินไหวขนาดจิ๋ว จะมีแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 3 ถึง 4 อยู่ราว 24 ครั้งเท่านั้น ซึ่งก็ยังถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็กอยู่ดี (แผ่นดินไหวที่เริ่มก่อปัญหากับอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่บนโลกจะมีขนาด 5.5 ขึ้นไป)

ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหวขนาดใดมันก็คือแผ่นดินไหว เป็นสิ่งยืนยันว่ากระบวนการทางธรณีใต้ผิวดาวอังคารยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ดาวอังคารไม่ใช่ก้อนหินแห้งตาย ทั้งนี้ทีมงานพยายามแยกสัญญาณแผ่นดินไหวทีตรวจจับได้ว่าจะต้องมาจากใต้ผิวดาวจริงๆไม่ใช่ความสั่นสะเทือนที่มาจากการพุ่งเข้าชนของสะเก็ดดาวในบริเวณอื่นของดาวที่ห่างไกลจากที่ยานลงจอด

ทีมงานพยายามวิเคราะห์ลักษณะของแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร (Marsquake) พบว่าความถี่ที่เกิดนั้นน้อยกว่าโลก (Earthquake) แต่มากกว่าจำนวนแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ (Moonquake) ที่เคยตรวจนับไว้ตั้งแต่ยุคอพอลโล อีกทั้งลักษณะของการเกิดแผ่นดินไหวก็ค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่เราคุ้นเคยบนโลกเราที่ซึ่งแผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ดาวอังคารไม่มีการแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกดาว ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวบนดาวอังคารนั้น ทางนักวิจัยให้ความเห็นว่าน่าจะเกิดจากการเย็นตัวในระยะยาวของของแกนดาวและส่วนเนื่อในของดาวหลังการก่อตัวตั้งแต่สี่พันห้าร้อยล้านปีที่แล้วที่ยังดำเนินอยู่จวบจนเวลานี้ที่ได้ก่อให้เกิดการกดตัวสร้างความเครียดสะสมขึ้นมากลายเป็นแผ่นดินไหว

สัญญาณแผ่นดินไหวเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ระหว่างนี้ยาน Insight จะพยายามยิงคลื่นวิทยุลงไปในชั้นหินเพื่อตรวจจับการสะท้อนกลับและพยายามใช้เครื่องวัดอุณหภูมิใต้ดินเข้ามาประกอบเพื่อร่างภาพของโครงสร้างภายในดาวออังคารขึ้นมา ตั้งแต่ขนาด องค์ประกอบและความหนาแน่นของแกนดาว ไล่ขึ้นมาถึงเนื้อดาวมาจบที่เปลือกดาว เพื่อให้เราเข้าใจดาวอังคารอย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย @MrVop