ในทะเลทรายของประเทศลิเบีย จะมีแร่อัญมณีชนิดหนึ่งที่ไม่พบในที่อื่น เป็นแก้วสีเหลืองทึบที่มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า LDG หรือ Libyan Desert Glass ซึ่งจากการค้นคว้าโดยเหล่านักธรณีวิทยาพบว่า แก้วสีเหลืองนี้จริงๆแล้วเป็นชิ้นส่วนของอุกกาบาตที่ตกลงมายังพื้นที่บริเวณนี้เมื่อราว 29 ล้านปีล่วงมาแล้ว

แน่นอนว่าชาวอียิปต์โบราณย่อมไปพบเห็นแก้วสีเหลืองนี้เข้าแล้วนำมาจัดสร้างเป็นแมลงปีกแข็งหรือตัวด้วงที่มีชื่อเรียกว่า สการับ (Scarab) ไว้ที่ใจกลางเครื่องประดับสำคัญให้กับองค์กษัตริย์ แต่นักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะกลุ่มที่ศึกษาเกี่ยวกับการเฝ้าระวังภัยร้ายจากการเข้าชนของหินจากอวกาศได้ทำการศึกษาไปไกลกว่านั้น คือพยายามหาที่มาของการเกิดแก้ว LDG นี้ว่ามาจากการชนของหินอวกาศในลักษณะไหนกันแน่

หินอวกาศต่างๆทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง หรือสะเก็ดดาว เมื่อเข้าสู่บรรยากาศโลกถ้าเป็นลูกเล็กๆก็จะถูกความร้อนจากการเสียดสีเผาไหม้จนจะสลายหายไป แต่ถ้าเป็นลูกใหญ่สลายไม่หมด ก็จะมีผลบั้นปลาย 2 อย่าง คือหากไม่ชนกับพื้นโลกโดยตรง ก็จะระเบิดก่อนตกถึงพื้นแบบเดียวกับที่เกิดในทังกัสกาเมื่อปี 1908 หรือที่เชลยาบินสก์เมื่อปี 2013 ซึ่งแรงระเบิดกลางอากาศในเหตุการณ์ทั้งสองนี้สูงถึง 5 และ 0.5 เมกกะตัน (Mt) ตามลำดับ

ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิทยาศาสตร์คาดว่าแก้ว LDG นั้นก่อตัวมาจากการระเบิดของหินอวกาศก่อนถึงพื้นที่มีพลังสูงถึง 100 เมกกะตัน (Mt) แต่ผลวิจัยล่าสุดโดย Aaron J. Cavosie พบว่า การก่อตัวของแก้ว LDG มาจากเซอร์โคเนียมซิลิเกต (ZrSiO4) ที่ถูกแรงบีบอัดมหาศาลหลักล้านปาสคาลขึ้นไป ซึ่งการระเบิดกลางอาศของหินนอกโลกจะสร้างแรงอัดได้เพียงหลักหมื่นปาสคาลเป็นอย่างมาก แต่การเข้าชนพื้นของหินอวกาศขนาดใหญ่เมื่อ 29 ล้านปีที่แล้วได้ก่อให้เกิดแรงอัดสูงมหาศาลถึง 30 GPa (สามหมื่นล้านปาสคาล) ด้วยแรงอัดขนาดนี้จึงห่อให้เกิดแก้วทะเลทราย LDG ที่สวยงามขึ้นมาได้

ผลวิจัยตีพิมพ์ลงในวารสาร
https://pubs.geoscienceworld.org/gsa/geology/article-abstract/570318/overestimation-of-threat-from-100-mt-class?redirectedFrom=fulltext

เรียบเรียงโดย @MrVop