บริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) และไบออนเทค (BioNTech) แห่งสหรัฐ​ฯ ประกาศ​ผลการวิเคราะห์ก่อนการวิจัยสิ้นสุด (Interim Analysis) ในระยะที่ 3 ของวัคซีน​ mRNA BNT162b2 ว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2​ ต้นเหตุ​ของ​โรค​ COVID-19

​ผลการวิเคราะห์ก่อนการวิจัยสิ้นสุด (Interim Analysis) ในระยะที่ 3 ของวัคซีน​ mRNA BNT162b2 ที่มีผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 43,538 รายจากหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ เยอรมนี บราซิล อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ และตุรกี​ โดยในจำนวนนี้มีทั้งที่ให้รับยาจริงและรับยาหลอก พบว่าร่างกายผู้รับยาจริงกว่า 90% สามารถ​สร้างภูมิคุ้มกัน​ใน 7 วันหลังจากได้รับยาครั้งที่สอง และไม่พบว่ามีปัญหาในเรื่องความปลอดภัย แต่ยังต้องรอดูว่าภูมิคุ้มกัน​ที่เกิดขึ้นนี้จะคงอยู่​ได้นานเพียงใด​

บริษัททั้งสองแห่งวางแผนจะยื่นเรื่องขออนุมัติเป็นการฉุกเฉินจากองค์การ​อาหาร​และ​ยา​ของสหรัฐ​ฯหรือ FDA ให้ใช้วัคซีน mRNA BNT162b2 กับประชาชนทั่วไป​ภายในสิ้นเดือนนี้ และหากผ่านการอนุมัติ​ ไฟเซอร์ เชื่อว่าจะสามารถผลิตวีคซีนได้ 50 ล้านเข็ม ภายในสิ้นปีนี้ และอีก 1.3 พันล้านเข็ม ภายในปี 2021​

ระหว่างนี้ทั่วโลกต่างเร่งพัฒนา​วัคซีน​ต้าน COVID-19​ กันเต็มที่ แต่ก็ไม่ใช่จะประสบผล​สำเร็จ​ทุกราย ตัวอย่างเช่นล่าสุด วัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac จากจีน ก็พบปัญหา​ระหว่าง​ทดสอบเฟส 3 ในประเทศ​บราซิล​ นั่นคือเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง จนทางบราซิล​ต้อง​สั่งระงบการทดสอบชั่วคราว

อ้างอิง​ https://www.pfizer.com/news/press-release/press-release-detail/pfizer-and-biontech-announce-vaccine-candidate-against

เรียบเรียง​โดย​ @MrVop