ทีมนักดาราศาสตร์​ที่ประจำอยู่ที่หอ​สังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง 3 แห่ง ในโครงการความร่วมมือไลโก-เวอร์โก (LIGO-VIRGO) ซึ่งตั้งอยู่ที่สหรัฐฯและอิตาลี สามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงที่มีความรุนแรง​ที่สุดเท่าที่​เคย​พบ​มา จากการชนกันของคู่หลุมด​ำ​ที่อยู่​ห่างออกไป 7 พันล้านปีแสง

คู่ของหลุมดำที่เข้าชนกัน หรือเข้ารวมตัวกัน เมื่อ 7 พันล้านปีที่แล้วนั้น หลุมดำแรกมีมวลประมาณ 66 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ส่วนหลุมดำที่ 2 มีมวลประมาณ 85 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ​ การเข้าชนกันหรือการเข้าร่วมตัวนี้ ก่อให้เกิดหลุมดำใหม่ที่มีมวลขนาด 142 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ มวลที่หายไปประมาณ 9 เท่าของดวงอาทิตย์กลายเป็นคลื่นความโน้มถ่วง ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมสู่กาล-อวกาศ​โดยรอบ การกระเพื่อมนี้ใช้เวลา 7 พันล้านปีกว่าจะเดินทางมาถึงโลกของเราจนอุปกรณ์​ไลโกสามารถ​ตรวจจ้บได้

หลุมดำที่เป็นผลลัพธ์จากการชนกัน ซึ่งมีมวล 142 เท่าของมวลดวงอาทิตย์นั้น คือสิ่งที่นักดาราศาสตร์ตามหามาเนิ่นนาน และไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง จนบัดนี้ มันคือหลุมดำที่มีมวลขนาดกลาง หรือ IMBH ซึ่งนิยามไว้ว่าเป็นหลุมดำดวงดาวที่มีมวลในช่วง 100 ถึง 1000 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ นั่นคือใหญ่กว่าหลุมดำดวงดาวทั่วไป แต่เล็กกว่าหลุมดำมวลยวดยิ่ง ที่ปรากฏอยู่ตามใจกลางกาแล็กซี ซึ่งหลุมดำมวลยวดยิ่งเหล่านั้น จะมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10000 เท่าขึ้นไปทั้งสิ้น

ทีมงานตั้งชื่อคลื่นความโน้มถ่วงมีว่า GW190521 ซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะเฉลยว่า หลุมดำมวลยิ่งยวด ที่เกิดบริเวณใจกลาง Galaxy ต่างๆนั้นมีมวลมากมายเป็นหมื่นเท่าของดวงอาทิตย์ได้อย่างไร หนึ่งในทฤษฎีที่คิดกันไว้ ก็คือ มันเกิดจากการรวมตัวของหลุมดำขนาดต่างๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีขนาดมหึมา แต่ที่ผ่านๆมาก็ยังไม่มีการฟันธงลงไปเนื่องจากไม่เคยพบหลุมดำที่มีมวลในระดับกลางหรือ IMBH มาก่อนจนกระทั่งบัดนี้​ การพบคลื่นความโน้มถ่วง GW190521 ถือเป็นการยืนยันการกำเนิดของหลุมดำที่มีมวล 142 เท่าของดวงอาทิตย์ ส่งผลทฤษฎีที่คิดกันไว้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

รายงานการค้นพบดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Physical Review Letters และ The Astrophysical Journal Letters

เรียบเรียงโดย @MrVop