อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ที่ได้ทำการทดสอบอาวุธต่อต้านดาวเทียม หรือ ASAT และได้ประสบผลสำเร็จด้วยดีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภารกิจภายใต้โครงการ “ศักติ” หรือ Mission Shakti

หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าการทดสอบอาวุธดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทางฝ่ายวิทยาศาสตร์ก็แสดงความเป็นห่วงว่าเศษซากจากดาวเทียมที่ถูกยิงทำลายจะกลายเป็นขยะอวกาศที่ส่งผลร้ายต่อดาวเทียมดวงอื่นและการเดินทางขึ้นลงวงโคจรของยานอวกาศต่างๆ เรื่องนี้ทางอินเดียโต้ว่า การทดสอบในโครงการ “ศักติ” นั้นทำกับดาวเทียมในวงโคจรต่ำ นั่นคือที่ระดับความสูง 300 กม. จากผิวโลก เศษชิ้นส่วนของดาวเทียมที่หลงเหลือจากการถูกยิงทำลายจะค่อยๆตกลงมาเผาไหม้ในบรรยากาศโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ อย่างมากไม่เกิน 45 วัน”

ล่าสุดกองทัพสหรัฐฯกำลังติดตามเศษซากชิ้นส่วนมากกว่า 250 ชิ้นจากการทดสอบในโครงการ “ศักติ” ของอินเดียที่ลอยอยู่ในวงโคจร อย่างไรก็ตามการทดสอบระบบอาวุธ ASAT ของจีนเมื่อปี 2550 ได้ยิงทดสอบทำลายดาวเทียมตรวจอากาศที่ระดับความสูง 865 กม นั่นทำให้เศษชิ้นส่วนจำนวนมากจำกลุ่มลอยอยู่ในวงโคจรบริเวณนั้นมาหลายปี

นายนเรนทระ โมที นายกฯอินเดียประกาศว่า บัดนี้อินเดียได้สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้ากับยุทธการอวกาศระดับโลก

ฝ่ายค้านร้อง กกต อินเดียว่านาย นเรนทระ โมที ใช้โครงการอวดแสนยานภาพอาวุธเพื่อเพิ่มคะแนนเสียงที่จะได้ในการเลือกตั้งระดับชาติวันที่ 11 เมษายน ที่จะถึงนี้ ส่วนทางปากีสถานประเทศคู่แข่งของอินเดียยังคงเงียบไม่แสดงท่าที หลังจากเพิ่งปล่อยดาวเทียม 2 ดวงเมื่อปีที่แล้วด้วยความช่วยเหลือจากจีน

เรียบเรียงโดย @MrVop