สมัยที่ยังมีไดโนเสาร์เดินท่องโลกใบนี้อยู่ สมัยที่มนุษย์เรายังไม่เกิดขึ้นมาบนโลก ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นป่าฝนร้อนชื้น ไม่ใช่ดินแดนแห่งน้ำแข็งขาวโพลนหนาวเหน็บอย่างทุกวันนี้

ทีมนักวิจัยจากสถาบันอัลเฟรด วีเกอเนอร์ (AWI) ประเทศเยอรมัน นำโดย ดร. โยฮัน คลาเกส  ค้นพบหลักฐานยืนยันจากการตรวจสอบแท่งของชั้นตะกอนดินใต้มหาสมุทรว่า ในยุคครีเทเชียส ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายที่มีไดโนเสาร์เดินหากินอยู่บนโลกใบนี้ ทวีปแอนตาร์กติกาไม่ได้อยู่ที่ขั้วโลกใต้เหมือนทุกวันนี้ แต่ทวีปนี้อยู่ห่างออกไปราวๆ 900 กิโลเมตร และเคยมีระดับน้ำทะเลสูงกว่านี้ถึง 100 เมตร มีสภาพอากาศเป็นแบบเขตอบอุ่น มีป่าฝน มีบึงน้ำ ดินโคลน มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นเต็มป่าทั้งไม้ดอกและไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มากมาย

จุดที่นำแท่งของชั้นดินตะกอนที่นำขึ้นมาจากก้นทะเลอยู่ที่บริเวณพิกัด 73.57°S 107.09°W ที่ความลึกของน้ำ 946 เมตร ใกล้กับเกาะ Pine และธารน้ำแข็ง Thwaites ในแอนตาร์กติกาตะวันตก มีร่องรอยของดินยุคโบราณ เกสรดอกไม้และรากพืชจำนวนมาก แสดงให้ทราบว่า พื้นที่ของทวีปแอนตาร์ติกาน่าจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยของทั้งปีอยู่ที่ราว 12-13 องศาเซลเซียส แต่ในฤดูร้อนอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป

แต่อย่างไรก็ตาม ในยุค 90 ล้านปีที่แล้ว โลกก็ยังมีแกนเอียงอยู่ ยังส่งผลให้ขั้วโลกใต้เป็นดินแดนที่ไร้แสงอาทิตย์ในบางช่วงของปี ซึ่งต้นไม้ทุกชนิดในป่าฝนของทวีแอนตาร์กติกาจำเป็นต้องปรับตัวให้อยู่ในความมืดได้โดยอาจใช้วิธีจำศีลหรือวิธีการอื่นที่เรายังไม่รู้

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature https://www.nature.com/articles/s41586-020-2148-5

เรียบเรียงโดย @MrVop