เมื่อวันที่ 14 มกราคม 63 ที่ผ่านมา คือวันหมดอายุขัยของระบบปฏิบัติการยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกยาวนานมากว่า 10 ปี (วางตลาด ตุลาคม 2552) นั่นคือ Windows 7 ซึ่งทางไมโครซอฟท์ประกาศไว้ล่วงหน้านานแล้วว่า ทางบริษัทฯจะไม่มีแพตช์ความปลอดภัยสำหรับวินโดว์รุ่นนี้ออกมาอีกหลังจากนี้

แต่ล่าสุด อยู่ดีๆทางไมโครซอฟท์ก็ปล่อยแพตช์ของ Windows 7 ออกมาอีก พร้อมคำประกาศว่า แพตช์นี้เป็นแพตช์สุดท้ายและท้ายสุดจริงๆ

แพตช์สุดท้ายที่ว่านี้ ออกมาเพื่อแก้บั๊กทำให้ภาพหน้าจอ (wallpaper) กลายเป็นสีดำเมื่อตั้งค่าแบบ Stretch (ยืดภาพให้เต็มจอ) ซึ่งทางไมโครซอฟท์บอกว่ายอมแจกแพตช์นี้เนื่องจากเป็นบั๊กของทางบริษัทเอง ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะแจกแพตช์นี้เฉพาะองค์กรที่ยอมจ่ายเงินซื้อสิทธฺ์ ESU เท่านั้น แต่เปลี่ยนใจแจกให้ดาวน์โหลดกับบุคคลทั่วไปในภายหลัง

สิทธฺ์ ESU ที่ว่านี้ทำขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าองค์กรสามารถซื้อบริการซัพพอร์ตและแพตช์ความปลอดภัยต่อได้อีก 3 ปี ชื่อนี้ย่อมาจากคำว่า Extended Security Updates (ESU) เป็นเรื่องของการต่อเวลาการรับอัพเดทแพตช์ความปลอดภัยต่างๆ ที่ล่าสุดมรข่าวว่ารัฐบาลเยอรมนีจยอมจ่ายเงินอย่างน้อย 800,000 ยูโร (ประมาณ 27 ล้านบาท) เพื่อซื้อสิทธิ์ ESU ให้กับคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลประมาณ 33,000 เครื่องที่ยังใช้ Windows 7 อยู่

ประเมินกันว่ายังมีผู้ใช้วินโดว์อีกเกือบ 1 ใน 4 ทั่วโลกที่ยังคงใช้ Windows 7 อยู่ในเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงหลังวันหมดอายุขัยไแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางไมโคนซอฟท์ก็ยอมขยายเวลาให้ผู้ใช้ Windows 7 ที่มีลิขสิทธิ์ สามารถอัพเกรดไปเป็น Windows 10 รุ่น 1903 ได้ฟรีไปอีกระยะเวลาหนึ่ง โดยสามารถดาว์นโหลดโปรแกรมอัพเกรดได้ที่ลิงค์ https://go.microsoft.com/fwlink/?LinkID=799445

เรียบเรียงโดย @MrVop