ที่แล้วมา การเดินทางไปดาวอังคารล้วนแต่เป็นตั๋วเที่ยวเดียว ไม่เคยมียานอวกาศลำไหนได้กลับมา ทุกลำล้วนแล้วแต่ไปแล้วไปลับ ไม่หมดอายุอยู่บนพื้นผิวก็ไปหมดอายุอยู่บนวงโคจรดาวแดง แต่ในอีกไม่กี่ปีจากนี้ องค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA คิดนำยานอวกาศที่มีตัวอย่างดินที่เก็บจากดาวอังคาร กลับสู่โลกเพื่อนำมาวิเคราะห์ หากทำสำเร็จก็ถือเป็นรายแรกที่สามารถออกเดินทางจากดาวอังคารกลับโลกได้

โครงการนี้เป็นโครงการ 10 ปีที่ทาง ESA จะทำร่วมกับ NASA อย่างใกล้ชิด มียานอวกาศที่จะต้องออกเดินทางจากโลก 3 ลำ ลำแรกคือยานในโครงการ Mars 2020 ของ NASA เองที่จะออกเดินทางปีหน้า เป็นการส่งยานโรเวอร์รุ่นน้องของยานคิวริออซิตี้ไปวิ่งเก็บตัวอย่างดินจากผิวดาวอังคาใส่แคปซูลจำนวน 3 แคปซูลแล้วนำไปวางทิ้งไว้ตามจุดที่กำหนด

จากนั้นจะมีการส่งยานแลนเดอร์ของ ESA ไปลงจอดที่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ ตัวแลนเดอร์จะมียานลำเล็กที่ติดตั้งจรวดที่มีพลังเดินทางออกจากผิวดาวอังคารได้ และยังมีส่วนที่สามารถปล่อยยานโรเวอร์ลำเล็กวิ่งไปเก็บแคปซูลทั้ง 3 ที่ยาน Mars 2020 ของ NASA ทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ แล้วนำกลับมาที่แลนเดอร์ บรรจุลงในยานลำเล็กบนจรวด แล้วรอยิงขึ้นไปสู่วงโคจร

สุดท้ายจะมีการส่งยานอวกาศตามไปที่วงโคจรของดาวอังคาร เพื่อต่อเชื่อมกับยานลำเล็กที่บรรจุแคปซูล แล้วพากันเดินทางกลับมาทิ้งแคปซูลลงบนโลกของเรา เพื่อแจกจ่ายตัวอย่างดินจากดาวแดงให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกนำไปศึกษาต่อ

ถือเป็นโครงการอวกาศที่ใช้ทุนสูง มีขั้นตอนค่อนข้างมาก แต่จำเป็นการกรุยทางให้มนุษย์ในอนาคตสำหรับการเดินทางไป-กลับดาวเคราะห์เพื่อนบ้านดวงนี้

เครดิจภาพและข้อมูลเพิ่มเติม http://www.esa.int/Our_Activities/Human_and_Robotic_Exploration/Exploration/Mars_sample_return

เรียบเรียงโดย @MrVop