ดูจากภาพถ่ายประกอบบทความนี้ หากมองผ่านๆจะอาจนึกว่าเป็นภาพถ่ายของก้อนกรวดจำนวนมากที่อยู่ตามริมลำธาร หรือริมแหล่งน้ำที่ไหนซักแห่ง ด้วยความที่มันมีลักษณะกลมเกลี้ยงซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของก้อนหินที่ถูกแรงคลื่นน้ำพัดให้กลิ้งไปกลิ้งมาเป็นระยะเวลายาวนานเป็นร้อยเป็นพันปีจนส่วนที่เป็นเหลี่ยมคมของมันถูกลบหายไปหมด

หากแต่ความจริงรูปถ่ายที่ท่านเห็นนี้ ส่งมาจากยานโรเวอร์คิวริออซิตีของนาซา ที่ทำหน้าที่สำรวจผิวดาวอังคารอยู่ในเวลานี้

“ภาพนี้ถ่ายโดยใช้กล้อง Mars Hand Lens Imager (MAHLI) ที่ติดตั้งอยู่ด้านท้ายของยานโรเวอร์” เจ้าหน้าที่จากนาซาอธิบาย “ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมานี้เอง”

นอกจากความกลมเกลี้ยงนี่ไม่น่าจะพบบนดาวที่แห้งเป็นทะเลทรายทั้งดวงอย่างดาวอังคารในปัจจุบัน ก้อนกรวดพวกนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 ประการ ประการแรกคือมันมีสีค่อนข้างซีดกว่าหินจากบริเวณอื่นที่ออกไปทางสีแดงสนิม ประการที่ 2 คือ หากดูดีๆคุณจะสังเกตเห็นลูกบอลหินสีเทาเล็ก ๆ ปะปนอยู่ในภาพ ซึ่งบางลูกกลมชนิดแทบจะสมบูรณ์แบบ ทำให้ภาพนี้ถูกกลุ่มพสกนักทฤษฎีสมคบคิดตีความไปได้อีกว่าเป็นผลจากอารธรรมโบราณที่ล่มสลายไปแล้ว

แต่คำอธิบายจากนาซาเรื่องที่มาของก้อนกรวดที่คล้ายกรวดริมธารที่พบบนดาวอังคารนี้ เป็นไปในทางตรงข้าม นาซาอธิบายว่าหินพวกนี้เกิดจากสมัยที่แร่ธาตุเริ่มรวมตัวกันตอนที่ยังมีความชื้นอยู่มากบนดาวอังคาร ต่อมาเมื่อส่วนด้านนอกที่อ่อนนุ่มเป็นเหลี่ยมมุมของหินถูกกัดกร่อนเนื่องจากลมหรือกระบวนการทางธรรมชาติอื่น ๆ ทรงกลมที่แข็งกว่าภายในจะหลุดเป็นอิสระออกมาและจะถูกกัดกร่อนในอัตราที่ช้ากว่ามาก กลายเป็นสิ่งที่หลงเหลือให้เห็นอยู่ในทุกวันนี้

ก็เลยทำให้เราเห็นภาพวิวแบบนี้บนพื้นที่ๆห่างไหลจากโลกมากมาย

เรียบเรียงโดย @MrVop