สถาบันมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์แห่งชาติเม็กซิโก ได้เปิดเผยการค้นพบโครงกระดูกแมมมอธจำนวนหลายร้อยชิ้น ซึ่งเป็นของแมมมอธ 14 ตัวในไซด์ขุดค้นเมืองทุลเทเพค (Tultepec) ทางตอนเหนือของเม็กซิโกซิตี้

ซากแมมมอธ 14 ตัวนี้ เชื่อว่าตายลงหลังจากติด “กับดัก” ซึ่งเป็นหลุมที่สร้างโดยมนุษย์ในช่วงราว 15,000 ปีก่อน โดยทั้งหมดแยกออกเป็น 2 หลุม แต่ละหลุมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตร และลึกลงไปราว 1.7 เมตร 

หลุยส์ คอร์โดบา หัวหน้าทีมค้นหาวัตถุโบราณ ของสถาบันฯอธิบายว่า หลุมที่พบซากโครงกระดูกแมมมอธทั้ง 2 จุดไม่ใช่กับดักที่แยกจากกัน แต่เป็นชุดกับดักขนาดใหญ่ เชื่อว่าเป็นขั้นตอนการล่าแมมมอธที่มีการวางแผนมาอย่างดี ซึ่งมนุษย์ในยุคนั้นอาจใช้วิธีไล่ต้อนแมมมอธให้แตกออกจากกลุ่มใหญ่ จากนั้นก็ต้อนให้วิ่งมาตกหลุมกับดักที่วางเอาไว้

กระดูกแมมมอธหลายร้อยชิ้น มีการจัดเรียงในรูปแบบบางอย่างตามความเชื่อของมนุษย์ยุคนั้น

ทีมขุดค้นยังเปิดเผยเพิ่มเติมถึงรอยแตกบนกระดูกของแมมมอธตัวหนึ่ง ซึ่งบ่งบอกว่ามันถูกกลุ่มมนุษย์ในยุคนั้น “หมายหัว” และตามล่ามาอย่างยาวนานหลายปีจนเกิดบาดแผลบาดเจ็บจากนั้นแผลก็หายดี จนมาจบชีวิตที่หลุมกับดักแห่งนี้

กลุ่มมนุษย์จะจัดกำลังกลุ่มละ 20-30 คน ใช้คบไฟและหอกแหลมรวมทั้งการตะโกนเสียงดังเพื่อไล่และหลอกล่อฝูงใหญ่ของแมมมอธให้แตกกระจายเป็นฝูงเล็กและวิ่งหนีอย่างสับสน บีบพวกมันให้ตรงเข้าหากับดัก

ซากแมมมอธที่ตายลงจะถูกชำแหละเพื่อเป็นอาหาร มนุษย์ยุคนั้นจะกินอวัยวะทุกส่วนของแมมมอธที่กินได้ไม่เว้นแม้กระทั้ง “ลิ้น”ที่มีน้ำหนักถึง 12 กิโลกรัมของสัตว์ยักษ์นี้ ส่วนหนังของมันก็จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่น

หลังการบริโภคแมมมอธจบสิ้นลง ส่วนของกระดูกจะถูกนำมาจัดเรียงในรูปแบบบางอย่างเพื่อแสดงถึงความเคารพของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติ

ในหลุมกับดักนี้ ยังพบโครงกระดูกของอูฐและม้าด้วย

ที่มา https://edition.cnn.com/travel/article/mammoth-hunting-mexico-scli-intl-scn/index.html

เรียบเรียงโดย @MrVop