“ไข้มาลาเรีย” หรือไข้จับสั่น เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะ โรคนี้ คร่าชีวิตผู้คนราวปีละ 435,000 คนทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาเช่นในทวีปแอฟริกา และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่ครึ่งหนึ่งของอัตราผู้ป่วยโรคมาลาเรียทั่วโลก จับกลุ่มกันอยู่ในทวีปแอฟฟริกา ล่าสุดเวลานี้กำลังระบาดหนักในประเทศบุรุนดี

แม้ว่าตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โลกมีความก้าวหน้าอย่างมากต่อโรคมาลาเรีย โดยการรณรงค์อย่างเแข็งขันจนทำให้จำนวนประเทศที่มีมาลาเรียได้ลดลงจาก 106 เป็น 86 ประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง 36% อัตราการตายลดลง 60%

แต่เชื้อมาลาเรียก็ยังไม่หายไปในเวลานี้ ในหลายส่วนของโลกเช่นที่ชานแดนไทย-กัมพูชา มีการพบเชื้อมาลาเรียที่กลายพันธุ์จนดื้อยา [อ้างอิง]

ล่าสุดมีงานวิจัยลงตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ระบุว่าโรคมาลาเรียอาจถูกกำจัดได้ในหนึ่งชั่วอายุคน หรือภายใน 30 ปีจากนี้ หากมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นปี 2,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯจากที่ใช้กันอยู่แล้ว 4,300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อปีในทุกวันนี้ เพื่อผลักดัน เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยยีน หรือ “gene drives” ที่จะทำให้ประชากรยุงก้นปล่องล่มสลายหรือทำให้รางกายของยุงไม่เป็นพาหะของปรสิตอีกต่อไป

อย่าไรก็ตาม ก่อนที่การกำจัดโรคนี้จะสำเร็จ เราก็ต้องป้องกันตัวเองก่อน วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ให้ยุงกัด โดยยุงก้นปล่องจะกัดคนในเวลากลางคืน แตกต่างจากยุงลายพาหะของโรคไข้เลือดออกที่กัดคนเวลากลางวันหรือโพล้เพล้ จึงควรนอนในห้องที่มีมุ้งหรือมุ้งลวดป้องกันยุงอย่างมิดชิด หากต้องเดินทางไปในสถานที่มีการระบาดของโรคควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอยาป้องกันก่อนเดินทางและพบแพทย์หลังกลับจากเดินทางหากพบตัวเองมีไข้

เรียบเรียงโดย @MrVop