ทุกปี เราต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่แตกต่างกันไปเรื่อยๆแล้วแต่จะมีข่าวออกมาว่าสายพันธุ์จะระบาดในปีนั้นๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องสิ้นเปลืองมากแต่ก็จำเป็นโดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปหรือผู้มีความเสี่ยงต้องอยู่อาศัยในบ้านเดียวกับคนชราหรือเด็กเล็กๆ วงการแพทย์ก็ได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อใดจะเกิดวัคซีนหวัดใหญ่ครอบจักรวาลที่ป้องกันหวัดใหญ่ได้ทุกสายพันธุ์ รับวัคซีนทีเดียวเรียบร้อยไม่ต้องกังวลใดๆกันอีกต่อไป

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยสคริปส์ (Scripps Research Institute) ในสหรัฐฯ พบคุณสมบัติพิเศษในแอนติบอดีของสัตว์ตระกูลลามา อัลปากา กัวนาโค ที่ไม่มีในสัตว์อื่นนั่นก็คือ แอนติบอดีของสัตว์ตระกูลนี้ โดยเฉพาะตัว “ลามา” นั้น มีขนาดเล็กกว่าแอนติบอดีของมนุษย์และสัตว์อื่นหลายเท่า  ขนาดที่เล็กเป็นพิเศษนี้ทำให้แอนติบอดีเข้าจับกับตัวรับบนผิวเซลล์ของไวรัสได้หลากหลายชนิด ที่มักจะกลายพันธุ์โดยการเปลี่ยนรูปทรงส่วนปลายของโปรตีนบนผิวที่เป็นตัวรับให้ผิดแปลกไปจากเดิม ทำให้แอนติบอดีของของมนุษย์และสัตว์อื่นไม่สามารถเข้าโจมตีได้ พอเจอแอนติบอดีของสัตว์ตระกูล “ลามา” เข้าไป ไวรัสก็จะถูกทำลายอย่างได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสไข้หวัดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เอ สายพันธุ์บี หรือสายพันธุ์ไหนๆที่ถึงแม้จะกลายพันธุ์อย่างไรก็หนีไม่รอด

ทีมวิจัยได้ทดสอบวัคซีนที่มีต้นแบบจาก “ลามา” นี้กับหนูทดลอง ซึ่งได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เป็นอันตรายถึง 60 สายพันธุ์ พบว่าวัคซีนนี้หยดยั้งไวรัสได้ผลถึง 59 สายพันธุ์ ยกเว้นสายพันธุ์หนึ่งซึ่งระบาดเฉพาะในสัตว์ไม่อาจติดต่อไปสู่คนอยู่แล้ว

วัคซีนใหม่นี้ผลิตขึ้นโดยการให้ “ลามา”  ติดเชื้อไข้หวัดสารพัดชนิด เพื่อให้ร่างกายของมันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาจัดการไวรัส จากนั้นก็คัดเลือกแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดออกมา 4 ชนิด เพื่อใช้ต้นแบบในการสังเคราะห์วัคซีนซึ่งผสมผสานข้อดีของแอนติบอดีทั้ง 4 ชนิดเข้าด้วยกัน (ตามภาพบน แอนติบอดีทั้ง 4 แยกย้ายกับจับยึดโปรตีนบนผิวฮีแมกกลูตินินของไวรัส)

ขั้นตอนต่อไปทีมวิจัยยังยังคงต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในสัตว์อีกหลายครั้งจนแน่ใจ จากนั้นก็จะเริ่มการทดลองระดับคลินิกในมนุษย์ต่อไป

ผลการศึกษาตีพิมพ์ลงในวารสาร Science journal

เรียบเรียงโดย @MrVop