ทีมนักบรรพชีวินวิทยา นำโดย คริสเตียน แคมเมอร์เรอร์ จาก North Carolina Museum of Natural Sciences พบซากฟอสซิลของสัตว์โบราณในยุคไทรแอสซิกหรือประมาณ 237 ล้านปีก่อนในมาดากัสการ์ สัตว์นี้มีลักษณะร่วมระหว่างไดโนเสาร์และเทอร์โรซอร์ (สัตว์คล้ายกิ้งก่ามีปีก) และมีขนาดเพียง 4 นิ้ว หรือ 10 เซนติเมตรเท่านั้น

เจ้าสัตว์ตัวเล็กนี้มีชื่อว่า คอนโกนาฟอน เคลี” (Kongonaphon kely) มันเดินด้วย 2 ขาหลังและกินแมลงเป็นอาหาร ขนาดโตเต็มวัยของมันสามารถยืนบนฝ่ามือของมนุษย์ผู้ใหญ่ได้สบาย แน่นอนว่ามันเองก็ต้องคอยหลบหนีเจ้าแมลงปอยักษ์ในยุคเดียวกันที่มีขนาดใหญ่ถึง 2 ฟุตด้วย

เดิมที คำว่า ไดโนเสาร์  ( dinosaur ) ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ ริชาร์ด โอเวน นักบรรพชีวินวิทยา ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นการผสมของคำในภาษากรีกสองคำ คือคำว่า deinos (δεινός) (ใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว) และคำว่า sauros (σαύρα) (สัตว์เลื้อยคลาน) แต่เวลานี้เรารู้แล้วว่าไดโนเสาร์ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานแท้ๆ แต่มันเป็นสัตว์ในอีกกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะรวมกันของสัตว์เลื้อยคลานและนก รวมทั้งขนาดของไดโนเสาร์ก็ไม่ได้ใหญ่โตไปหมดทุกตัว

หลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ปลายยุคเปอร์เมียน เหล่าสัตว์เลื้อยคลานล้มตายไปเกือบหมด เมื่อเข้าสู่ยุคไทรแอสซิกจึงเป็นโอกาสให้สัตว์ในกลุ่มอื่นได้เพิ่มจำนวนขึ้นมาบ้าง และเจ้าตัวเล็ก “คอนโกนาฟอน เคลี” นี้ก็เป็นหนึ่งในสัตว์ที่ได้รับโอกาสนั้น มันอาจเป็นต้นตระกูลที่วิวัฒนาการมาเป็นเทอร์โรซอร์หรือสัตว์ในกลุ่มไดโนเสาร์ในยุคต่อมา ซึ่งได้ขยายขนาดจนใหญ่โตในยุคจูแรสสิก และประสบความสำเร็จในการวิวัฒนาการจนเพิ่มจำนวนไปทั่วโลกในยุคครีเทเชียส

การค้นพบนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร National Academy of Sciences ฉบับวันจันทร์ที่ผ่านมา

ที่มา https://www.sciencedaily.com/releases/2020/07/200706152659.htm

เรียบเรียงโดย @MrVop