ทีมนักวิทยาศาสตร์ นำโดย Murthy Gudipati Bryana Hendersonจากห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion ของ NASA และ  Fred Bateman จากสถาบัน National Institute of Standards and Technology ในสหรัฐฯ พบผิวน้ำแข็งบนฝั่งกลางคืนของดวงจันทร์ยูโรปา บริวารดาวพฤหัสบดี สามารถเรืองแสงจนมองเห็นได้ในอวกาศ​อันมืดมิด อันเป็นผลจากการถูกระดมยิงโดยอนุภาคพลังงานสูง 

การค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์​นี้มีความำคัญต่อโครงการ Europa Clipper ซึ่งเป็นโครงการส่งยานอวกาศ​ไปค้นหาชีวิตในมหาสมุทร​ใต้ผิวน้ำแข็ง​ของดวงจันทร์​ยูโร​ปา​ในอนาคต​เป็นอย่างมาก

ยูโรปาเป็นดาวบริวารดวงเล็กที่สุดในบรรดาดวงจันทร์กาลิเลียน‎ทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัส​ เป็นดวงจันทร์​ที่มีผิวราบเรียบ​ที่สุดในระบบสุริยะ​ และเป็นดวงจันทร์​ที่เชื่อกันว่ามีมหาสมุทร​น้ำเค็มขนาดใหญ่​ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำแข็งที่อาจมีโอกาสในการพบชีวิตขนาดเล็กระดับจุลชีพอาศัยอยู่​ที่นั่น

การโคจรเข้าไปในสนามแม่เหล็ก​ที่ทรงพลังของดาวพฤหัส​ ส่งผลให้ดวงจันทร์​ยูโร​ปา​ถูก​อนุภาคต่างเช่นอิเล็กตรอน​ ไอออน โปรตอน​ จำนวนมหาศาล​พุ่งเข้าใส่ อนุภาค​เหล่านี้จะไปทำปฏิกิริยา​ทั้งทางเคมี​และ​ฟิสิกส์​กับแร่ธาตุ​ต่างๆที่อยู่ในผิวของดวงจันทร์​จนเกิดการเรืองแสงในระดับความสว่าง​ที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของแร่ธาตุ​นั้นๆ จากนั้นอนุภาคพลังงาน​สูง​เหล่านี้ก็จะพุ่ง​ทะลุลงสู่มหาสมุทร​น้ำเค็มอันมืดมิด​เบื้องล่าง​ลงไป

นักวิทยาศาสตร์​ทั้ง 3 ทำการทดลองยิงลำอนุภาคอิเล็กตรอนพลังงานสูง ใส่น้ำที่ผสมเกลือชนิดต่างๆในห้องแล็บ เพื่อวัดค่าของแสง ที่เปล่งออกมาจากชิ้นตัวอย่าง และพบว่ามีการเปล่งแสงของตัวอย่างที่เป็นแมกนีเซียมซัลเฟต มากกว่าตัวอย่างที่เป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์ และโซเดียมคาร์บอเนต

ความแตกต่างของระดับแสงที่เปล่งออกมาจากเกลือที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การเรืองแสงของดวงจันทร์ยูโรปา เกิดเป็นลวดลายต่างๆบนผิวดวงจันทร์​เมื่อมองจากอวกาศระยะไกลแล้วแต่ชนิดของแร่ธาตุที่อยู่ในผิวดวงจันทร์​บริเวณนั้นๆจนมีลักษณะ​คล้ายแผนที่ของแร่ธาตุ​ หลังจากนี้ทีมงานจะส่งข้อมูลที่ค้นพบให้โครงการ Europa ​Clipper​ ที่จะออกเดินทางจากโลกในปี 2025 เพื่อใช้ประโยชน์ในการสังเกตการณ์พื้นผิวในระยะประชิด​ของดวงจันทร์ดวงนี้ต่อไป

ที่มา https://physicsworld.com/a/jupiters-moon-europa-could-glow-in-the-dark/