Elon Musk ผู้ก่อตั้ง SpaceX เปิดเผยวิสัยทัศน์ผ่านโครงการขนส่งมนุษย์สู่ดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะ

ในการประชุม IAC หรือ International Astronautics Congress ครั้งที่ 67 วานนี้ในประเทศเม็กซิโก Elon Musk ผู้ก่อตั้ง SpaceX ขึ้นเวทีเปิดเผยวิสัยทัศน์ของ SpaceX บริษัทอวกาศเอกชนที่ก้าวหน้าที่สุดในยุคนี้ของเขา ถึงโครงการขนส่งระหว่างดาวเคราะห์หรือ  Interplanetary Transport System (ITS)  ซึ่งในอนาคตอาจจะนำมนุษยชาติให้เดินทางออกจากโลกไปได้ไกลถึงยูโรปา

Elon Musk พูดถึงแรงจูงใจที่จะเกิดขึ้นในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ทีมนุษย์เราจะต้องเริ่มเดินทางออกไปตั้งอาณานิคมในดาวเคราะห์ดวงอื่น และโครงการ ITS ก็เกิดขึ้นมาเพื่อตอบรับความหวังอันนี้ ซึ่ง ITS ไม่ได้เป็นแค่โครงการที่สร้างจรวดพามนุษย์ไปได้แค่ดาวอังคารเท่านั้น แต่มันอาจต่อยอดไปในระยะทางที่ไกลกว่านั้นมาก จนกลายเป็นระบบขนส่งระหว่างดาวเคราะห์ดวงต่างๆในระบบสุริยะ

มนุษย์เราเคยออกไปจากโลกได้ไกลสุดแค่ดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโลเมื่อหลายสิบปีก่อน การสำรวจอวกาศหลังจากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นยานอวกาศเปล่าๆไร้คนขับทั้งสิ้น แต่นับจากนี้ไป SpaceX จะหาทางพามนุษย์ไปให้ไกลที่สุดที่จะเป็นไปได้ และไปในราคาค่าใช้จ่ายที่ถูกสุดๆด้วย

Elon Musk  เปรียบเทียบว่าหากเราเอาเทคโนโลยีจรวดในระบบเก่าๆเช่น Saturn V ที่เคยใช้ในยุคอะพอลโล (ไปได้ครั้งละ 3 คน) มาใช้ในการสร้างระบบขนส่งนำมนุษย์ไปดาวอังคาร ต้นทุนจะสูงมากถึง 1 หมื่นล้านเหรียญต่อผู้โดยสาร 1 คน แต่สำหรับโครงการ ITS นั้น เทคโนโลยีใหม่ๆหลายอย่าทีทาง SpaceX ค้นพบและทดลองใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ทำให้ต้นทุนในการขนส่งลดลงหลายเท่า และยังสามารถขนส่งผู้โดยสารได้คราวเป็นร้อยคนด้วย

580

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ในการลดต้นทุนของ SpaceX คือการนำเอาจรวดขับดันท่อนทีหนึ่ง (ท่อนล่างสุด) กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งได้ทำสำเร็จไปแล้วหลายครั้งกับจรวดรุ่น Falcon 9 โดยจรวดขับดันจะมีเชื้อเพลิงสำหรับกลับลงจอดบนพื้นโลกของมันเอง หลังจากทำหน้าที่ส่งยานที่ติดตั้งอยู่ส่วนบนแล้วก็จะกลับมาจอดเติมเชื้อเพลิงเพื่อเวียนกลับมาใช้ในการส่งยานรอบต่อไป

อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ Elon Musk  มองไว้ (ตอนนี้ยังไม่เกิด) คือการเติมเชื้อเพลิงในอวกาศ ซึ่งจะทำให้การขนส่งยานออกจากโลกนั้นใช้เชื้อเพลิงลดลงไปมาก เนื่องจากแรงโน้มถ่วงโลกเป็นปัญหาใหญ่สุดที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานในการขับดันยานท่อนบนไปให้เกินความเร็วลุดพ้น แต่หากลดขนาดความจุเชื้อเพลิงลงให้น้ำหนักเบา หลังออกจากโลกแล้วไปเติมเพิ่มในอวกาศ ก็จะประหยัดงบประมาณไปได้อีกมหาศาล

ในงานนี้ Elon Musk ยังได้พูดถึงการปรับสภาพบรรยากาศดาวอังคารให้อบอุ่นขึ้น และใช้ไนโตรเจนในบรรยากาศให้เป้นประโยชน์ โดยหากใช้ดาวอังคารและดาวเคราห์น้อยเป็นฐานพักเติมเชื้อเพลิง นั่นก็จะทำให้ ITS สามารถเดินทางไปได้ไกลขึ้นไปอีก อาจถึงดวงจันทร์ยูโรปาและในอนาคตอาจไปได้ทั่วระบบสุริยะของเรา

ที่มา http://www.seeker.com/musk-this-is-how-spacex-will-colonize-mars-and-beyond-2019588513.html
เรียบเรียงโดย @MrVop