ในช่วงหลายปีหลังๆนี้  นักวิจัยบางกลุ่มได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้ จะเกิดมีเซลเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวแปลกหน้าปรากฏขึ้นมาในร่างกาย จนกลายเป็นภาวะเลือดผสม (Blood chimerism) จึงตั้งข้อสมมุติฐานว่าเซลเม็ดเลือดแปลกหน้า น่าจะติดมากับลำไส้ที่ได้รับบริจาค เซลเม็ดเลือดเหล่านี้ น่าจะเป็นของเจ้าของลำไส้เดิม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร และคาดว่าเซลเม็ดเลือดจากเจ้าของเดิมเหล่านี้จะค่อยๆลดลงจนหายไปในที่สุด

แต่หลังจากการติดตามตรวจสอบร่างกายของผู้รับการปลูกถ่ายลำไส้ใหม่ไปเป็นระยะเวลานาน 5 ปี ปรากฏว่า แทนที่จำนวนเม็ดเลือดแดงและขาวจากเจ้าของลำไส้เดิมจะลดลงจนหายไป มันกลับมีจำนวนเกือบคงที่ เหมือนมีการผลิตขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา เมื่อติดตามผู้ป่วยเป้าหมายจำนวน 21 ราย ก็พบว่าทุกรายมีลักษณะเช่นนี้ และที่แปลกคือ เซลเม็ดเลือดขาวชองเจ้าของลำไส้เดิมไม่เข้าโจมตีร่างกายใหม่ด้วย

จากผลการศึกษานี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นำโดย ดร. เมแกน ไซค์ส ได้ตั้งสรุปว่า นอกจากไขกระดูกแล้ว ลำไส้น่าจะเป็นอีกอวัยวะหนึ่งของมนุษย์ที่มีเนื้อเยื่อผลิตเซลล์เม็ดเลือดทั้งขาวและแดงอยู่ในตัว  แถมยังสามารถผลิตเซลเม็ดเลือดต่อเนื่องไปเรื่อยๆแม้จะถูกย้ายไปอยู่ในร่างกายอื่น

และเมื่อติดตามผลไปอีกระยะ ก็พบว่า เซลเม็ดเลือดขาวจากเจ้าของลำไส้เดิมค่อยๆเปลี่ยนแปลงจนเหมือนกับเซลเม็ดเลือดขาวจากร่างกายใหม่ เหมือนมีการสื่อสารระหว่างกันไม่ให้เม็ดเลือดขาวจากทั้งสองฝ่าเข้าต่อสู้กัน ถือเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ป่วยที่รับลำไส้มาหายจากอาการป่วยเร็วขึ้น

ผลการศึกษาตีพิมพ์ลงในวารสาร  Cell Stem Cell.

เรียบเรียงโดย @MrVop