หลังเดินทางจากโลกมานานร่วม 7 เดือน ผ่านระยะทางกว่า 485 ล้าน กม. บัดนี้ ยาน Insight ก็ได้ผ่านช่วงเวลาอันระทึก นั่นคือ 6½ นาทีที่ขาดการติดต่อไปขณะเข้าสู่ขั้นตอนลงจอดที่ซับซ้อน และในที่สุด ก่อนตีสามที่ผ่านมาไม่กี่นาทีตามเวลาในไทยเช้านี้ ยาน Insight ก็ลงแตะพื้นดาวอังคารท่ามกลางเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอก ระคนเสียงตะโกนด้วยความดีใจของทีมงาน

ทำไมจะไม่ดีใจ เพราะขั้นตอนการลงจอดบนดาวอังคารนั้นไม่ได้สัมฤทธิ์ผล 100% ทุกครั้ง ยกตัวอย่าง 2 ปีที่แล้ว (ปี 2016) ยาน Schiaparelli ขององค์การอวกศยุโรป ก็โหม่งพื้นดาวอังคารพังยับขณะลงจอดเนื่องจากระบบขัดข้อง สั่งปิดจรวดลดความเร็วก่อนถึงเวลา

จุดที่ยาน Insight  ซึ่งก็คือ Elysium Planitia  นั้น เป็นผืนทรายกว้างใหญ่ที่แสนราบเรียบ เป็นจุดที่ยานสำรวจดาวอังคารลำอื่นมองข้ามไป เนื่องจากไม่มีอะไรน่าสนใจ ถ่ายรูปมาแต่ละรูปก็คงดูเหมือนกันหมดไม่ว่ามุมไหน แต่พื้นที่ลงจอดที่ดูน่าเบื่อนี่แหละที่ยาน Insight ชอบมาก เพราะหน้าที่ของ Insight นั้นไม่ได้อยู่บนผิวดาว แต่เป็นการสำรวจใต้ดิน ดังนั้น ผืนทรายราบเรียบคือจุดที่ดีที่สุดสำหรับงานแบบนี้

หลังลงจอดและส่งสัญญาณแรกกลับมาว่าตัวยานปลอดภัย Insight ก็ส่งภาพแรกกลับมาให้ชม ภาพนี้เป็นภาพวิวดาวอังคารบริเวณพื้นราบที่ยานลงจอด โดยในภาพเต็มไปด้วยฝุ่นทรายที่มาเกาะที่แผ่นปิดหน้ากล้อง ฝุ่นพวกนี้มาจากแรงปะทะของจรวดลดความเร็วของ Insight ในขั้นตอนการลงจอด อีกซักพักหลังปรับสภาพของยานและกางแผ่นเซลสุริยะเรียบร้อย Insight ก็จะปลดแผ่นปิดหน้ากล้องทุกกล้องออก ภาพที่ถ่ายมาหลังจากนี้ก็จะสวยใสไร้มลทิน

ขั้นตอนต่อไปของ  Insight  คืองาน 3 ด้านที่ได้รับมอบหมาย นั่นคือระบบวัดแผ่นดินไหว ระบบวัดความร้อนใต้ดิน และระบบวัดความเอียงของแกนดาว

เหมือนบนโลกเราเอง เราก็ไม่เคยขุดดินลงไปใจกลางโลก แต่ทำไมเราทราบว่าในโลกเราประกอบด้วยแกนโลกชั้นในชั้นนอกหนากี่กิโลเมตร คำตอบคือการ “ฟัง” การสะท้อนจากคลื่นแผ่นดินไหว วิธีนี้เราจะนำไปใช้กับดาวอังคารเช่นกัน เครื่องวัดความสำเทือนจากแผ่นดินไหวจะใช้การสั่นไหวที่มีแมกนิจูดตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไปในการวิเคราะห์โครงสร้างภายในดาวอังคาร จากนั้นก็จะมีการขุดดินลงไปลึก 5 เมตรเพื่อสอดแท่งวัดอุณหภูมิลงไปแล้วหาระดับความร้อนที่ลดลงจากด้านล่างสู่ด้านบน เพื่อให้เข้าใจการแผ่รังสีความร้อนของแกนดาว สุดท้ายคือหาระดับความส่ายเอียงของแกนโคจรของดาวอังคาร วิธีนี้จะทำให้เราทราบว่าแกนดาวเป็นของแข็งหรือของเหลวและมีขนาดเท่าใดโดยเปรียบเทียบการสะท้อนคลื่นของการวัดคลื่นแผ่นดินไหวประกอบ

ทั้งหมดนี้จะบอกเราได้ว่าดาวอังคารก่อตัวขึ้นมาอย่างไรเมื่อแรกเริ่ม ทำไมมันมีขนาดเล็กกว่าโลกและดาวศุกร์มากแบบครึ่งต่อครึ่ง (ขนาดที่เล็กทำให้รักษาชั้นบรรยากาศไว้ได้ยากเนื่องจากแรงโน้มถ่วงต่ำ) สนามแม่เหล็กหายไปไหน เพราะการไร้สนามแม่เหล็กทำให้ดาวขาดการปกป้องจากรังสีแันตรายในอวกาศ ภูมิประเทศของดาวกลายเป็นอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร (หาประวัติการเคลื่อนที่ของเปลือกดาว) และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสุดท้ายก็จะบอกเราได้ถึงปริศนาการสูญเสียความเหมาะสมในการดำรงไว้ของสิ่งมีชีวิต รู้เหตุผลว่าทำไมดาวอังคารถึงหลายมาเป็นดาวที่หนาวเย็นแห้งแล้งตายซากอย่างทุกวันนี้

เรียบเรียงโดย @MrVop