หุ่นยนต์โรเวอร์ Perserverance ของ NASA ที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำรวจดาวอังคารอันทันสมัย ออกเดินทางจากโลกตามกำหนดการ นั่นคือ 18:50 เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.63) ตามเวลาในประเทศไทย โดยจรวด Atlas V ของ ULA จากนี้จะใช้เวลา 7 เดือนมุ่งสู่ดาวอังคาร โดยมีกำหนดถึงปลายทางวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 64 และหนึ่งในสิ่งที่ Perserverance นำติดตัวไปด้วย คือเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก “Ingenuity”

คำว่า “Ingenuity” ซึ่งเป็นชื่อของยานนั้น (ออกเสียงว่า “อินจะนู’อิถิ”) นั่นมีความหมายถึง “ความฉลาดปราดเปรื่อง” ชื่อนี้ตั้งโดย Vaneeza Rupani จากโรงเรียนมัธยมทัสคาลูซาเคาน์ตี้ในนอร์ธ พอร์ตแอละแบมา ที่โดยเริ่มแรกเธอเขียนเรียงความส่งเข้าประกวดเพื่อใช้เป็นชื่อของหุ่นยนต์โรเวอร์ Mars 2020 ก่อนที่จะได้รับชื่อ “Perserverance” ซึ่งหมายถึง “ความพากเพียร” ไป แต่ทาง NASA ก็ยังคงชื่นชอบชื่อ “Ingenuity” นี จึงได้เอามาใช้เป็นชื่อของเฮลิคอปเตอร์แทน [อ้างอิง]

Ingenuity นั้นเป็นยานบินเพื่อทดสอบเบื้องต้น คือทาง NASA เพียงต้องการรู้ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะส่งยานบินด้วยอากาศไปบินบนดาวเคราะห์ดวงอื่นที่มีระบบบรรยากาศเช่นดาวอังคาร ดวงจันทร์ไททัน จึงไม่ได้ติดตั้งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อื่นใดนอกจากกล้องถ่ายรูป ระบบสื่อสาร กับแบตเตอรีพร้อมแผงเซลสุริยะ ทั้งนี้เพื่อให้ Ingenuity มีมีน้ำหนักเบาที่สุดที่จะเป็นไปได้

Ingenuity ติดตั้งใบพัดคาร์บอนไฟเบอร์ จำนวน 4 ใบ เรียงกันเป็น 2 ชั้นบนล่างชั้นละ 2 ใบพัด ใบพัดทั้ง 2 ชั้นจะหมุนในทิศทางตรงกันข้ามกันที่ความเร็วประมาณ 2,400 รอบต่อนาที – เร็วกว่าเฮลิคอปเตอร์โดยทั่วไปที่บินบนโลกเรา เพื่อสร้างแรงยกในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารที่เบาบางมาก คือมีความกดอากาศเพียง 0.088 psi ซึ่งก็คือไม่ถึง 1% ของความกดอากาศบนผิวโลก

จุดที่หุ่นยนต์  Perseverance  ลงจอดคือหลุุมอุกกาบาต Jezero ที่ค่อนข้างหนาวเย็น โดยเฉพาะช่วงกลางคืนอาจมีอุณหภูมิลดต่ำถึง -90°C ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่ออุปกรณ์ทางกลของเฮลิคอปเตอร์ Ingenuity ดังนั้นทางทีมงานของ Ingenuity จึงออกแบบให้ใช้งานเฉพาะในช่วงเวลากลางวันที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นมาเล็กน้อย โดยยานจะถูกปล่อยออกมาจากส่วนล่างของ หุ่นยนต์  Perseverance เพื่อให้เป็นอิสระและสามารถขึ้นบินได้หลังจากหุ่นยนต์เคลื่อนที่ห่างออกไปแล้ว แต่ยานยังคงรับสัญญาณติดต่อจากหุ่นยนต์ Perseverance ตลอดเวลา

จากการที่ดาวอังคารอยู่ไกลโลกเป็นระยะทางสิบกว่านาทีแสง การบังคับยานใดๆด้วยรีโมทจึงเป็นไปไม่ได้ Ingenuity ถูกออกแบบมาให้บินโดยอัตโนมัติระหวา่งการบันทึกภาพโดยกล้องผ่านระบบ AI ของหุ่นยนต์ Perseverance โดยยานจะจอดเพื่อชาร์จพลังงานจากแสงอาทิตย์และสร้างความอบอุ่นแก่กลไกจนพร้อมจึงจะขึ้นบิน ทำแบบนี้ไปในทุกรอบการบิน

อย่างไรก็ตาม ขาทั้ง 4 ข้างของ Ingenuity ถูกออกแบบให้เป็นสปริง เพื่อรับการตกลงพื้นของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ และมีการถ่วงน้ำหนักให้ตกแบบหงายในทิศทางถุกต้องเสมอ จึงไม่น่าห่วงว่ายานจะตกลมาเสียหาย ยกเว้นตกลงไปในหลุมลีก หรือลงบนพื้นเอียงจนยานพลิกตะแคง

หากการบินของ Ingenuity ประสบความสำเร็จด้วยดี ก็จะเป็นสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมา ไม่ต่างจากวันที่สองพี่น้องตระกูลไรท์ นำเครื่องบินที่หนักกว่าอากาศ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกบนโลกเรา

เรียบเรียงโดย @MrVop