วันนี้ ประเทศอินเดียกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งจำนวนเกือบ 3 พันตัวนั่นคือราว 70% ของจำนวนเสือโคร่งที่เหลืออยู่ในโลก และจำนวนเสือก็ยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่องในทุกปี

นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวถึงผลงานสำคัญในวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก (Global Tiger Day) เมื่อวันที่ 29 ก.ค.62 ที่เพิ่งผ่านไปว่า  “เวลานี้ อินเดียคือหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดและปลอดภัยที่สุดของเสือโคร่ง”

ประชากรเสือโคร่งในอินเดีย เพิ่มขึ้นจาก 2,226 ตัวในปี 2557 เป็น 2,967 ตัวในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 33% ในเวลาเพียง 4 ปี

อินเดียจะมีการสำรวจประชากรเสือทุก 4 ปี ซึ่งเป็นงานค่อนข้างหนักมากสำหรับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และนักสัตววิทยาที่ต้องทำการสำรวจ ค้นหา ติดตาม บันทึกบนพื้นที่กว้างใหญ่เกือบ 5 แสนตารางกิโลเมตร

นายกรัฐมนตรีอินเดีย โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า “ผลการสำรวจสำมะโนประชากรของเสือโคร่งที่เพิ่งประกาศออกไปจะทำให้ชาวอินเดียที่รักธรรมชาติทุกคนมีความสุข เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ในการประชุมที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (2553) เราตกลงกันว่าทุกฝ่ายควรหาทางเพิ่มจำนวนประชากรเสือในโซนของตัวเองให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า โดยมีกำหนดทำให้สำเร็จในปี 2565 แต่ประเทศอินเดียเราบรรลุเป้าหมายนี้ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน

ใน พ.ศ. 2418 และ พ.ศ. 2468 มีเสือ 80,000 ตัวถูกสังหารในอินเดียเพื่อการกีฬาในหมู่ราชวงศ์ชั้นสูง แม้หลังจากกีฬานี้เสื่อมความนิยมลงจำนวนเสือโคร่งก็ยังคงลดลงตลอดมา แต่หลังจากมีการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2515 อย่างเข้มงวด จำนวนเสือโคร่งก็กลับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง จนระยะหลังเริ่มมีเกิดความขัดแย่งระหว่างจำนวนเสือโคร่งกับชุมชนต่างๆตามแนวชายป่า เมื่อความขัดแย้งรุนแรงขึ้นก็เกิดแรงกดดันจากนักอนุรักษ์ทั่วโลกเพื่อให้รัฐบาลอินเดียเพิ่มการลงทุนในการว่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาป่าเพิ่มเติมและหาทางขยายเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ออกไป เนื่องจากพื้นที่ป่านั้นเหลือน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนเสือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์เริ่มปรากฏในปี 2549 เมื่อประชากรเสือเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าสนใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังเป็นการทำงานอย่างยากลำบากที่จะบริหารแบ่งปันพื้นที่ระหว่างสัตว์และมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืน ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลอินเดียต้องดูแลตลอดไปในระยะยาว

อ้างอิง http://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=99226124

เรียบเรียงโดย @MrVop